ในช่วงสามวันที่เวินเสี้ยนอวี้ไม่กลับบ้าน ฉู่ชิงเหอไม่ได้อยู่เฉย
เธอจัดข้าวของทุกชิ้นในบ้านที่เป็นของตัวเองออกมาทีละอย่าง ของชิ้นไหนเป็นของเธอก็ไม่ทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ทุกอย่างถูกเก็บใส่กล่องเรียบร้อย ก่อนจะเรียกบริษัทขนย้ายมาช่วยขนออกไป
พี่ลี่เห็นท่าทีของฉู่ชิงเหอ ก็รู้ว่าครั้งนี้เธอไม่ได้แค่งอนเล่น ๆ จึงรีบโทรหาเวินเสี้ยนอวี้ แต่เขาไม่รับสาย
เมื่อเวินเสี้ยนอวี้ไม่รับสาย พี่ลี่ก็ทำได้เพียงไปเกลี้ยกล่อมฉู่ชิงเหอ ทว่าท่าทีของเธอแน่วแน่ไม่เปลี่ยน
เช้าวันที่สี่ พี่ลี่เห็นฉู่ชิงเหอลากกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นสอง ก็รีบเดินเข้าไปหาอย่างกระวนกระวาย “คุณผู้หญิงจะไปไหนคะ?”
“พี่ลี่ ห้าปีที่ผ่านมาเหนื่อยหน่อยนะคะ” ฉู่ชิงเหอหยิบถุงกระดาษใบหนาออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้อีกฝ่าย “ห้าปีมานี้สภาพจิตใจฉันไม่ค่อยดี ทำให้พี่ต้องทำงานเพิ่มไม่น้อย นี่ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉัน รับไว้เถอะค่ะ”
“ไม่ ๆ ๆ ฉันรับไว้ไม่ได้ค่ะ!” พี่ลี่รีบโบกมือปฏิเสธ “คุณผู้หญิงคะ สามีภรรยาทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา คุณผู้ชายยังเป็นห่วงคุณอยู่นะคะ อย่าตัดสินใจเพราะใช้อารมณ์เลยค่ะ...”
“พี่ลี่ ฉันไม่ได้งอนเล่นค่ะ” ฉู่ชิงเหอยัดถุงกระดาษใส่มือพี่ลี่ “ฉันไปก่อนนะคะ ดูแลตัวเองด้วย”
พูดจบ ฉู่ชิงเหอก็ลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
“คุณผู้หญิง! คุณผู้หญิง รอก่อนค่ะ เงินนี่...”
ตอนพี่ลี่ถือถุงกระดาษวิ่งตามออกมา ฉู่ชิงเหอก็ขึ้นรถซูเปอร์คาร์สีขาวไปแล้ว
รถซูเปอร์คาร์สีขาวดริฟต์ออกไป เครื่องยนต์คำรามกึกก้องพร้อมไอเสียฟุ้ง ก่อนพุ่งทะยานหายลับไปในพริบตา
