หากเป็นเมื่อก่อน ฉู่ชิงเหอคงอดรนทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปซักถามเขาอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว
แต่ตอนนี้เธอไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว
ที่อวิ๋นซีเยวี่ยน เธอเห็นกับตาว่าเวินเสี้ยนอวี้ทะนุถนอมมู่ชิงเวยกับลูกนอกสมรสคนนั้นอย่างไร
เธอรู้ดีว่าเวินเสี้ยนอวี้เปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้พวกเขามีลูกด้วยกันอีก ก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้
ผู้ชายที่หัวใจเปลี่ยนไปแล้วแบบนี้ เธอก็ไม่ต้องการอีกต่อไป!
แต่ถึงจะต้องหย่ากัน เธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้มู่ชิงเวยกับลูกนอกสมรสคนนั้นได้ประโยชน์เด็ดขาด!
ฉู่ชิงเหอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วนั่งลงตรงข้ามเวินเสี้ยนอวี้
เธอไม่แตะต้องซุปปลาในชาม เพียงจ้องเวินเสี้ยนอวี้อย่างเย็นชา
“เวินเสี้ยนอวี้ บริษัทนี้ฉันสร้างมากับมือ ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะยกหุ้นให้มู่ชิงเวย” น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ “ฉันไม่อยากยืดเยื้อให้มากความ คุณนอกใจ เป็นฝ่ายผิด เราหย่ากัน นอกจากทรัพย์สินเดิมของตระกูลเวินแล้ว ทรัพย์สินอื่นทั้งหมดที่เราร่วมกันสร้างขึ้น ไม่ว่าจะก่อนแต่งงานหรือหลังแต่งงาน ฉันขอทั้งหมด”
ฉู่ชิงเหอพูดจบรวดเดียว
ท่าทีของเธอเด็ดเดี่ยว แววคมกล้าที่ห่างหายไปนานกลับมาปรากฏในดวงตาคู่งามอีกครั้ง
เวินเสี้ยนอวี้มองเธอ ชั่วขณะหนึ่งราวกับได้เห็นฉู่ชิงเหอคนเดิม ผู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ต่อสู้ฟาดฟันในแวดวงธุรกิจ
แต่เวลาห้าปีเปลี่ยนแปลงอะไรไปมากมายเกินไป
เวินเสี้ยนอวี้ยังคงสีหน้าเรียบเฉย เขาหยิบตะเกียบคีบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามเปล่าตรงหน้าฉู่ชิงเหอ
“ช่วงกินข้าวไม่เหมาะจะคุยเรื่องพวกนี้ ผมรู้ว่าคุณยังโกรธอยู่ในใจ แต่ท่านจงเคยบอกว่าเราต้องกินอาหารสามมื้อให้ตรงเวลา อย่าปล่อยให้ความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเสียเปล่า”
ฉู่ชิงเหอเหลือบมองเนื้อวัวในชาม แล้วหัวเราะด้วยความโมโห
