มือเล็ก ๆ ของนางยังคงจับชายเสื้อของเสิ่นอันเหอไว้แน่น ใบหน้าน้อยมองเขาอย่างไร้เดียงสา เหมือนฟังไม่เข้าใจ
ฉูเหยียนหัวเราะเบา ๆ ครั้งหนึ่ง
แต่เฉินเยว่เจียวกลับรู้สึกว่าเสียงหัวเราะนี้เหมือนลิ้นงูพิษ แล่เลียใส่นางอย่างอันตราย
จนกระทั่งเขายืดตัวตรง ความรู้สึกกดดันนั้นจึงค่อย ๆ จางหายไป
เด็กเล็กหกล้มเป็นเรื่องปกติ หมอตรวจดูสองสามตาแล้วกำชับไม่กี่คำก็ไปเสีย
ก่อนฉูเหยียนจะจากไป แววตาเย็นชามองกวาดนางแวบหนึ่ง
"อยู่ในเรือนฟังหิมะอย่างว่าง่าย หากกล้าวิ่งซน ข้าตัดขาเจ้าเสีย"
เฉินเยว่เจียวยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของฉูเหยียนหายไปลับ นางจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกในที่สุด
นางยกมือขึ้นกุมตรงอก ตรงนั้นเต้นระรัวยิ่งนัก
คำเตือนของฉูเหยียน น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าแววตาพิจารณาขององค์หญิงเสียอีก
รุ่งเช้าฟ้ายังไม่สาง เฉินเยว่เจียวก็ถูกเสิ่นอันเหอลุกขึ้นมา บอกว่าจะไปคารวะองค์หญิง
ในใจเฉินเยว่เจียวไม่ยินยอมสักน้อย แต่เมื่อนึกว่าองค์หญิงคือน่องไม้ทองคำของนางในภายภาคหน้า ก็ได้แต่ซื่อตรงปล่อยให้เหล่าสาวใช้เคี่ยวเข็ญอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายจึงถูกเสิ่นอันเหอพาออกไป
เมื่อคืนนางฝันร้ายไปครึ่งค่อนคืน กว่าค่อนคืนหลังจะได้หลับสนิท บัดนี้ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้นเลย หมอบบนบ่าของเสิ่นอันเหอแล้วหลับต่ออีก
ตอนที่เสิ่นอันเหอมา องค์หญิงตื่นแล้ว เพียงแต่แม่นมฟางจงใจทิ้งให้บิดาลูกตระกูลเสิ่นยืนรอ ไม่ได้บอกนาง
พอเห็นว่าเวลาสมควรแล้ว แม่นมฟางจึงเข้ารายงานองค์หญิง
มือที่ถือปิ่นขององค์หญิงชะงักเล็กน้อย "เมื่อวานเหยียนเอ๋อร์ยังบอกว่าพวกเขาไม่รู้กฎเกณฑ์ ดูสิ วันนี้มาคารวะยังมาก่อนเขาเสียอีก เร็วสิ เรียกคนเข้ามา"
เสิ่นอันเหอลูบหลังของเฉินเยว่เจียว หมายปลุกนางให้ตื่น แต่เฉินเยว่เจียวง่วงงุนเหลือเกิน ไม่มีทางตื่นได้เลย
สาวใช้ทนไม่ไหวเร่งรัด "ท่านเสิ่น องค์หญิงยังรออยู่เพคะ"
เสิ่นอันเหอจนปัญญา ต้องฝืนใจอุ้มบุตรสาวผู้ง่วงงุนเข้าไป
เมื่อเห็นเด็กที่นอนหมอบอยู่บนบ่าของเขา ฉู่หัวชางก็แย้มยิ้ม "ยังไม่ตื่นนอนเลยหรือ นึกจะพานางมากระไร"
เสิ่นอันเหอเกร็งกายแน่นิ่ง ไม่รู้จะตอบอย่างไร ในยามนั้น ฉูเหยียนก็มา
เขามาคารวะมารดา แต่ครั้นเขาไปแล้วถึงได้เห็นเสิ่นอันเหอปักหลักอยู่ตรงนั้น ในอ้อมกอดยังอุ้มเด็กป่าผู้หลับไม่ยอมตื่นนั่น
ฉับพลัน ใบหน้าฉูเหยียนก็เขียวคล้ำ
เสิ่นอันเหอรีบคารวะเขา เวลาก้มตัว เฉินเยว่เจียวที่หลับเป็นตายในอ้อมกอดเกือบร่วงหล่น
ฉูเหยียนทำเป็นมองไม่เห็น ยกเท้าจะเดินไปเสีย
แต่พอดีในยามนั้น เฉินเยว่เจียวผู้หลับใหลได้ที่ ใบหน้าน้อยหันมาอีกด้าน นอนหันออกข้างนอกต่อ
ปีนี้ฉูเหยียนอายุสิบปี ความสูงพอ ๆ กับเฉินเยว่เจียวที่ถูกอุ้มอยู่ ทารกน้อยเหมือนแมวขี้เกียจ อยากขดตัวเป็นกลุ่มก้อน งามน่ารัก
เมื่อวานเขาไม่ได้ยอมใย่ต่ำต่อเด็กน้อยนี้ แต่วันนี้พิศดูใกล้ ๆ ถึงได้เห็นชัดว่าเด็กนี่ช่างงามน่ามองยิ่ง
ขนตายาวทอดเงาบาง ปลายจมูกเชิดรั้นเล็กมีเหงื่อซึม ใบหน้าซีกขวาที่หลับไปเมื่อครู่ถูกกดจนเกิดรอยแดงดอกไห่ถังเส้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าฝันกระไรอยู่ ทารกน้อยขมวดคิ้ว เม้มปากเล็กจิ๊บจิ๊บ พึมพำกระไรไม่รู้
ทารกน้อยช่างน่ารักนัก อยากหยิกสักที
"คุณชาย!"
เสิ่นอันเหอส่งเสียงร้องห้าม ฉูเหยียนถึงได้รู้ว่าเมื่อครู่ตนเผลอยกมือไปหยิกแก้มของเฉินเยว่เจียวทีหนึ่ง
เฉินเยว่เจียวถูกหยิกจนตื่น ลืมตาเห็นใบหน้าของฉูเหยียน ก็ตกใจจนมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเสิ่นอันเหอ แม้แต่รองเท้าหลุดก็ยังไม่รู้ตัว
นางหวาดกลัวจริง ๆ ร้องไห้พลางตะโกนพลาง เดี๋ยวตนไม่ตายสักพักก็ว่าอย่าฆ่านาง...
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนก็งันงงกันหมด
"ฉูเหยียน!"
องค์หญิงทรงพิโรธ เปล่งเสียงตวาดด้วยพระอานุภาพครั้งหนึ่ง
"เสด็จแม่ ข้ามิได้!"
ฉูเหยียนตัดสินใจเก็บความคิดเมื่อครู่นี้ของตนกลับ
เด็กนี่ไม่น่ารักแม้แต่น้อย เด็กนี่น่าโมโหนัก!
จนกระทั่งบัดนี้เฉินเยว่เจียวจึงตื่นอย่างเต็มที่ แลเห็นองค์หญิงประทับอยู่ทางโน้น นางก็คลี่แขนน้อยจะโผเข้าไปหา "ท่านแม่~"
นางเพิ่งได้รับความสะพรึงกลัว ขวัญยังไม่เป็นหลัก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน่าสงสาร
เสิ่นอันเหอกลัวนางไปล่วงเกินองค์หญิงอีก ทำได้เพียงกอดนางไว้แน่น
"อันเหอ ให้นางมา"
เสิ่นอันเหอจนใจต้องวางนางลง เตรียมจะสวมรองเท้าให้นาง ต่อหน้าองค์หญิงจะเสียมารยาทมิได้
ใครจะรู้ ระหว่างที่เขาเก็บรองเท้า เฉินเยว่เจียวก็วิ่งไปถึงเบื้องหน้าองค์หญิงทั้งน้ำตานองหน้า มือน้อยกำฉลองพระองค์งามหรูไว้แน่น เม้มปากน้อย ปานน่าสงสารหาที่สุดมิได้
องค์หญิงจิตใจอ่อนลง ไม่ฟังการทัดทานของแม่นมฟาง อุ้มนางขึ้นมาตรง ๆ
ทอดพระเนตรเห็นใบหน้าน้อยมีแต่รอยน้ำตา ยังใช้ผ้าเช็ดหน้าปักลวดลายเช็ดให้อย่างนุ่มนวล
"เสด็จแม่!"
ฉูเหยียนกำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
องค์หญิงมิได้ตรัส เพียงทอดพระเนตรเย็นเยียบไป ฉูเหยียนก็ไม่กล้าปริปากอีก
พระนางทรงชี้ไปทางฉูเหยียนที่กำลังกลั้นโทสะจนท้องอืด แล้วถามเฉินเยว่เจียวในอ้อมกอด
"เขารังแกเจ้าหรือ"
ฉูเหยียนถลึงตาใส่เฉินเยว่เจียว หากนางกล้าปริปาก เขาจะเข้าไปฉีกกระชากเด็กป่านี่
เฉินเยว่เจียวไม่ต้องมองก็รู้ว่าใบหน้าของฉูเหยียนนั้นปานจะกินคน นางกล้ากล่าวอะไรสักอย่างมิใช่หรือ ฉูเหยียนจะไม่ฆ่านางหรือ
นางยังไม่เงยหน้า เพียงซบในอ้อมอุ่นขององค์หญิง แล้วสั่นศีรษะ
องค์หญิงตรัสถามอีก "วาจาเหล่านั้นล้วนเขากล่าวหรือ"
เฉินเยว่เจียวยังคงสั่นศีรษะ ร่างน้อยเบียดเข้าไปในอ้อมกอดขององค์หญิงอีก
องค์แม่ช่างหอมกรุ่นยิ่งนัก...
ฉูเหยียนเบิ่งดวงตารูปดอกท้อ
ยัยเด็กตายนี่ ท่วงท่าเช่นนี้ไม่ใช่แปรวิธีบอกเสด็จแม่หรือว่า ที่แท้เป็นเขารังแกนางต่างหาก
นางไม่เพียงฟ้อง ยังเอาสิ่งสกปรกพวกน้ำมูกน้ำตาไปเบื้อนฉลองพระองค์ของเสด็จแม่ เป็นพวกขาตีนเปื้อนโคลนมาจากบ้านนอกแท้ ๆ ยัยเด็กเถื่อน
องค์หญิงกำลังทรงปรานีเฉินเยว่เจียวอยู่ เงยพระพักตร์ขึ้น ทอดพระเนตรเห็นฉูเหยียนมีท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเช่นนั้น ก็ทรงดรอพระสุรเสียงลงต่ำ
"เหยียนเอ๋อร์ เจ้ายังบังอาจอีก! อย่านึกว่าข้าไม่รู้ เมื่อวานเจ้าไปที่เรือนฟังหิมะอีกด้วย ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าเป็นคนพูด จะเป็นเจียวเจียวพูดได้หรือ นางเพิ่งห้าขวบ จะรู้เรื่องเหล่านี้ที่ใด"
ฉูเหยียนเพียงรู้สึกว่าไฟโทสะในอกพลุ่งพล่านจะทะลักออกมา
นับว่าข้าดูถูกเฉินเยว่เจียวไปหน่อย อายุเพิ่งห้าขวบกลับมีจิตใจหม่นหมองอำมหิตถึงเพียงนี้ ต่อไปจะเป็นเช่นไร
"องค์หญิง"
เสิ่นอันเหอที่อยู่ข้าง ๆ คุกเข่าลงสารภาพผิด "เมื่อวานคุณชายสามนำหมอมาให้เจียวเจียวตรวจดูอาการ มิได้กล่าวอะไรเลย เจียวเจียวคงจะฝันร้าย ถึงได้พรั่งพรูถ้อยคำเหล่านั้น"
เขาหมอบราบกับพื้น น้ำเสียงจริงจัง แฝงไว้ด้วยความจริงใจ ไม่เจือกลิ่นอายเสแสร้งแม้แต่น้อย
"คุณชายสามแม้ยังเยาว์วัย แต่ก็ซื่อตรงมีเมตตากรุณา ยิ่งไม่รังแกเหยียดหยามผู้ใด หวังว่าองค์หญิงจะทรงระงับพระพิโรธ อย่าเพราะคำพร่ำเพ้อเพียงคำเดียวของเจียวเจียวแล้วทรงทำให้พระสัมพันธภาพระหว่างมารดากับโอรสต้องผิดเพี้ยน"
ฉูเหยียนเหลืออดจริง ๆ ถึงกับเตะเสิ่นอันเหอกระเด็นไปกองกับพื้น
"เสแสร้งแสร้งทำ ฝ่ายหนึ่งแกล้งน่าสงสาร ฝ่ายหนึ่งแสร้งขอความกรุณา หลอกเสด็จแม่ได้ แต่หลอกข้าไม่พ้น"
"ฉูเหยียน เจ้าบังอาจ!"
องค์หญิงทุบโต๊ะฉาดหนึ่ง สาวใช้และบ่าวรับใช้ทั้งหลายตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้นดังสนั่น
เฉินเยว่เจียวไม่กล้ากระดิกกาย ในใจนึกแช่งเงียบ ๆ ว่าตนยังไม่เคยยั่วยุฉูเหยียน ไยเขาถึงราวกับดินปืนแตะไฟเพียงนิดก็ระเบิด
ฉูเหยียนเพิ่งถูกอบรมไปเมื่อวาน วันนี้ควรจะสงบเสงี่ยมลงบ้าง แต่วันนี้ทุกอย่างกลั้นกลุ้มยิ่งนัก เขาเกินจะอดกลั้นได้แม้สักครึ่งเสี้ยว
"เสด็จแม่ วันนี้เด็กสัตว์ป่านี้กับข้า ท่านเลือกได้เพียงหนึ่ง"
เขาเม้มริมฝีปากแน่น ชี้นิ้วไปที่เฉินเยว่เจียว
"เก็บข้า หรือเก็บนาง"