ยังไม่ทันก้าวเข้าลานเรือน ฉู่ยี่ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของบุตรชายแล้ว
เขาเร่งฝีเท้าเข้าไป ก็เห็นฉู่เหิงกำลังกอดขาของเสิ่นเยว่เจียวร้องไห้ น้ำมูกน้ำตาเลอะตัวนางไปหมด เซี่ยหว่านอิ๋งกับสาวใช้สองคนกำลังปลอบประโลมอยู่ แต่ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
"พี่ใหญ่!"
เสิ่นเยว่เจียวคล้ายเห็นผู้มาช่วยเหลือในยามคับขัน "ท่านรีบอุ้มเหิงเอ๋อไปที"
ฉู่เหิงอายุยังน้อย แต่ฟังรู้เรื่อง เมื่อเห็นท่านพ่อเข้ามากลับร้องไห้หนักขึ้น ฉู่ยี่จับตัวเขาขึ้นมาอุ้ม มองเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนของเด็กน้อยแล้วขมวดคิ้ว
"เหตุใดถึงอาละวาดได้ถึงเพียงนี้"
มือน้อยอวบอ้วนคว้าอากาศว่างเปล่า ฉู่เหิงดิ้นรนหนักขึ้น
เขาแบมือน้อย ๆ โน้มตัวพุ่งเข้าหาเสิ่นเยว่เจียวอีกครั้ง ทำให้ทุกคนตกใจยื่นมือจะรับเขาไว้
ล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น คนเดียวที่หัดวิทยายุทธมาบ้างก็เป็นพวกครึ่ง ๆ กลาง ๆ กว่านางจะได้สติ เด็กน้อยก็ถูกบิดาตัวเองกอดไว้ในอ้อมอกนานแล้ว
เพียงแต่...
ฉู่ยี่ได้กลิ่นลอยมาจากตัวบุตรชาย สีหน้าอ่อนโยนก็พลันแข็งค้างไปชั่วขณะ
เซี่ยหว่านอิ๋งหัวเราะพรืดออกมา "เมื่อครู่เจียวเจียวเกลี้ยกล่อมเหิงเอ๋อนอนกลางวัน เจ้าหนูนี่ปัสสาวะรดตัวเจียวเจียวเสียชุ่ม เจียวเจียวจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เหิงเอ๋อไม่ยอม ไล่ตามมาถึงนี่"
นางชี้ไปที่หยดน้ำบนพื้นซึ่งใกล้แห้งแล้ว "นั่นไง เมื่อครู่ก็ปัสสาวะใส่เท้าเจียวเจียวอีก"
หลิวไฉ่กับอิ๋นเหยาสองคนพากันกลั้นหัวเราะ มีเพียงเสิ่นเยว่เจียวที่ร้องไห้ก็ไม่ใช่ หัวเราะก็ไม่ใช่
ฉู่ยี่ปวดศีรษะเล็กน้อย
บุตรชายคนนี้ของเขา จะว่าว่านอนสอนง่ายก็จริง หากบางครั้งนิสัยดื้อรั้นเหลือเกิน
