เสิ่นเยว่เจียวครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็เรียกคงชิงมาอยู่ตรงหน้า
“เรื่องของเจ้า ข้าทราบแล้ว บัดนี้ข้าเพียงอยากถามเจ้า เจ้าไม่ยอมแต่งกับอิ๋นเหยา เพราะเกรงว่าชาติกำเนิดของเจ้าจะถูกอิ๋นเหยารังเกียจ หรือเจ้าเองที่ดูแคลนตนเองกันแน่”
คงชิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน แววตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
แม้จะเป็นบ่าวไม่อาจปิดบังนายได้ แต่ว่าฉู่เหยียนก็เก็บเรื่องนี้ไว้แล้ว นางไปรู้มาจากที่ใดกัน
“นายของเจ้าเป็นผู้บอกข้า”
ราวกับมองทะลุถึงความคิดในใจของเขา เสิ่นเยว่เจียวก็เอ่ยคำตอบออกมาตรง ๆ
และยังเห็นเขากำหมัดทั้งสองข้างแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยการสะกดกลั้น นางก็ยิ่งพูดจาตรงไปตรงมา
“ข้าพอจะดูออกว่า ในใจอิ๋นเหยามีเจ้าอยู่ คงชิง ข้าขอถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้ายินดีแต่งกับนางหรือไม่”
น้ำเสียงของนางจริงจังและเคร่งขรึม ราวกับว่าหลังจากครั้งนี้ นางจะไม่ให้โอกาสเขาแล้วจริง ๆ
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คงชิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป เพียงแต่บาดแผลถูกเปิดเผยขึ้นมา เขาก็เหมือนถูกรูดเสื้อผ้าออกแล้วโยนไปบนถนน กระดากอับอายยิ่งนัก
“ข้าในสภาพน่าขนลุกเช่นนี้ ต่อให้เป็นสตรีใดก็ต้องรังเกียจข้า”
วาจาของเขานั้น เสิ่นเยว่เจียวหาได้เห็นด้วยไม่
“เจ้ามิใช่นาง เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่านางจะรังเกียจเจ้า”
คงชิงกัดฟัน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
“วันนี้คุณหนูถามข้าด้วยเรื่องนี้ ก็ควรจะรู้ว่า คนไม่สมประกอบเช่นข้า ไม่สามารถมีบุตรได้เลย หากอิ๋นเหยาแต่งกับข้า ภายภาคหน้าจะไร้บุตรสืบสกุล ผู้คนจะลอบนินทาชี้หลัง”
