เสิ่นเยว่เจียวกำมือแน่น คำที่ฝึกซ้อมอยู่ในใจตลอดทั้งคืน พอมาถึงปากกลับเอ่ยไม่ออกเสียอย่างนั้น
เห็นนางอิดเอื้อนอยู่นาน ฉู่ยี่ก็นึกขึ้นได้ “ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินว่าเจ้าบุกเข้าไปในห้องของเอี๋ยนเอ๋อร์ ถึงขั้นแย่งเตาถ่านในห้องเขามา แล้ววันนี้ เจ้าคิดจะมาแย่งพี่สะใภ้ข้าไปอีกหรือ”
เซี่ยหว่านอิ๋งคาดไม่ถึงว่านางจะกล้าถึงเพียงนี้ ถึงขั้นกล้าไปแย่งของในห้องของฉู่เหยียน
แต่สองวันหลังแต่งงานมา นางได้ยินสามีเอ่ยถึงฉู่คุณชายสาม* ผู้ที่ในนครหลวงไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ต้องมาเสียเปรียบอยู่ในมือของเสิ่นเยว่เจียวหลายครั้ง ครานี้ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“วันนี้ไม่ได้เป็นแน่ ข้าจะต้องไปเยี่ยมบ้านสามีสักครู่ เหนี่ยวรั้งเวลาไว้มิได้ รอให้ข้ากลับมาแล้วค่อยเล่นกับเจ้าได้หรือไม่”
เสิ่นเยว่เจียวส่ายหน้า นางมิได้มาเล่นที่นี่
คิดถึงความคับแค้นที่ท่านพ่อได้รับ ทั้งรอยเท้าที่หลังชุดขุนนาง เสิ่นเยว่เจียวก็ปวดใจขึ้นมา
นางกัดฟัน ย่องเขย่งเท้าเข้าไปใกล้หูของเซี่ยหว่านอิ๋ง
“ท่านพ่อข้าเพิ่งเข้าสำนักฮั่นหลินได้สองวัน ก็ถูกรังแกถึงสองวัน พี่สะใภ้ช่วยข้าไปขอ...”
หางตาของนางเหลือบไปเห็นฉู่ยี่ เห็นสายตาเย็นเยียบของเขามองมาทางนี้ คำว่า “ไท่ฟู่เซี่ย” ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมาในที่สุด ได้แต่อ้ำอึ้งเปลี่ยนตัวคนที่จะขอร้อง เป็นฉู่ยี่เสีย
เซี่ยหว่านอิ๋งเงยหน้าขึ้น มองไปที่สามีซึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
“ได้ ข้าจะไปบอกให้”
เสิ่นเยว่เจียวรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกไปได้ครึ่งหนึ่ง
“ขอบคุณพี่สะใภ้”
