หลิวหญิงชราปากบอกว่าถ้าเรื่องถึงตายนางจะรับผิดชอบเอง แต่พอบันดาลให้มีคนตายขึ้นจริง ๆ นางกลับใบ้กิน
ไม่รู้ว่าใครเอ่ยขึ้นว่า "ข้าเคยได้ยินชิวจวี๋เล่า อิ๋นเหยาเคยรับใช้ในเรือนของคุณชายสาม คุณชายสามโปรดปรานนางยิ่งนัก เป็นที่โปรดปรานในจวนอย่างยิ่ง"
พลันสีหน้าของทุกผู้ก็แปรเปลี่ยนไป
แย่แล้วแย่แล้ว การตายของเสิ่นเยว่เจียวยังพอหาข้ออ้างเลี่ยง ๆ ปัดไปได้ว่า นางซุกซนพลัดตกน้ำก็ยังได้
แต่หากอิ๋นเหยาเป็นผู้ที่คุณชายสามโปรดปราน หากคุณชายสามสืบสวนลงมา พวกเขาจะมิพินาศกันหมดหรือ
"ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี ท่านแม่ คนตายแล้ว…"
บุตรชายของหลิวหญิงชราตื่นตระหนกขึ้น โชคดีที่สามีของนางยังตั้งสติมั่น ตบหน้าบุตรชายไปฉาดหนึ่ง
"ตื่นตูมไปไย ตายก็ตายสิ ยังจะกลัวนางคลานขึ้นมาหลอกหลอนเจ้าอีกหรือ"
เพิ่งจะทิ้งคำขู่ไว้ หันไปเรียกร้องภรรยาและบุตรให้จัดการศพ ก็พบว่าดวงตาของทั้งสองจ้องเขม็งไปเบื้องหลังเขา สีหน้าจากตื่นตระหนกกลายเป็นสยดสยอง
เขาสะบัดกายหันไป ก็เห็นเด็กหญิงคนนั้นกลับลุกขึ้นยืนโยกเยกเซซัด
ไร้แสงเทียน แต่มีแสงจันทร์สาดส่องชัดเจนลงบนใบหน้าน้อย ๆ เปรอะเปื้อนเลือดของเด็กหญิง
คราบเลือดที่ไหลย้อยเป็นทางจับตัวเป็นสีแดงคล้ำบนแก้มนาง ประกอบกับดวงตาดำสนิทน่าพรั่นพรึงนั้น ราวกับปีศาจน้อยทวงชีวิตที่คลานออกมาจากตำหนักพญายม
ที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือนางใช้สองมือน้อยอันบอบบางลากขวานเล่มหนึ่ง คมขวานขูดกับพื้นดังเสียงเสียดหูรำคาญใจ ก้าวเท้ามุ่งตรงมายังพวกเขาทีละก้าว
"ผี ผีมาแล้ว!"
บุตรชายของหลิวหญิงชราพลันส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้น จากนั้นก็คลานป่ายปีนหนีออกไป
สามีของนางก็ใจสั่นหวิวเช่นกัน แต่ยังข่มขวัญตั้งสติ ตะคอกว่า "กลัวอะไรกัน! ก็แค่เด็กหญิงกระจอกงอกง่อย…"
