“สั่นทำไม? ปัสสาวะราดรึ?”
ฉู่เหยียนถือแส้ม้าไว้ในมือ ตีลงบนบั้นท้ายนางเบาๆ ทีหนึ่ง
เสิ่นเยว่เจียวกัดฟัน คุณชายสูงศักดิ์ผู้นี้ เหตุใดวาจาจึงแสบสันต์นัก
“ปล่อยข้าลง”
ฉู่เหยียนเลิกคิ้ว “ได้สิ”
กล่าวจบ เขาก็จับเสื้อของเสิ่นเยว่เจียว พร้อมจะโยนนางลงไป
เสิ่นเยว่เจียวตกใจจนกอดอานม้าแน่น “อย่า อย่า อย่า เจ้า……เจ้าส่งข้ากลับจวนเถิด”
ฉู่เหยียนเหลือบตามองไปด้านนอกสำนักฮั่นหลิน เห็นรถม้าของเสิ่นอันเหอออกไปแล้ว ขณะเดียวกันเสิ่นเยว่เจียวเองก็เร่งเร้าอย่างร้อนรนยิ่งขึ้น โวยวายว่าตอนนี้จะต้องกลับไป ทว่าฉู่เหยียนกลับไม่สะทกสะท้าน เพียงชอบดูนางร้อนใจ
“พี่สาม~ ตอนนี้ส่งข้ากลับไปเถิด”
ใจกลางคิ้วของฉู่เหยียนกระตุกวาบ
“พี่สาม~ เจ้าดีที่สุด ข้ากับเจ้าสนิทที่สุดในใต้หล้า~”
ฉู่เหยียน “คนที่สนิทกับเจ้าที่สุดในใต้หล้าไม่ใช่พี่ใหญ่กับพี่สองหรอกรึ?”
เสิ่นเยว่เจียวเหมือนเต่าน้อยตัวหนึ่ง พยายามเชิดคอขึ้นประจบเขา “ต่อไปคนที่สนิทกับข้าที่สุดจะมีแต่พี่สาม~”
ฉู่เหยียนบีบคางนางขึ้นมาทันใด จ้องเขม็งใส่นางอย่างโหดเหี้ยม “หากร้องส่งเดชอีก ข้าจะวางยาพิษให้เจ้าเป็นใบ้”
เสิ่นเยว่เจียวหดคออย่างขลาดเขลา ไม่กล้าส่งเสียงอีกเลย ฉู่เหยียนถีบท้องม้า ม้าม้าพุ่งตัวออกไปทันใด
ในรถม้า เสิ่นอันเหอเลิกชายชุดขุนนางขึ้น กำลังลังเล ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของเสิ่นเยว่เจียว เขาสะบัดเปิดม่านรถม้า แต่กลับไม่เห็นสิ่งใด
“คุณชายเสิ่นลืมสิ่งของหรือไม่?”
คนขับรถเป็นคนของจวนองค์หญิง ยังเคยชินที่เรียกว่า ‘ท่านอาจารย์’
