ถ่านในเข่งยังไม่เคยถูกเผา แต่ที่อยู่ในผ้าคลุมนั้นเป็นของที่เสิ่นเยว่เจียวแย่งมาจากเตาถ่านของฉูเหยียน แม้ผ้าคลุมจะเปียกชุ่มด้วยน้ำหิมะ แต่ตลอดทางที่แบกมานี้ ร้อนระอุจนแทบจะติดไฟแล้ว อีกทั้งผ้าคลุมยังถูกความร้อนไหม้เสียหายหลายแห่ง
เสิ่นอันเหอรีบอุ้มบุตรสาวให้ห่างออกไป อิ๋นเหยากำลังจะยกผ้าคลุมไปทิ้ง
“อย่าทิ้ง ของดีเช่นนี้ต้องเก็บไว้”
“คุณหนู นี่มันไหม้เสียแล้ว”
เสิ่นเยว่เจียวดิ้นหลุดจากเสิ่นอันเหอผู้เป็นบิดา ยืนกรานจะปกป้องผ้าคลุมน้อยของตน
นั่นยังต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานให้ต้นขาใหญ่ทองคำดู จะทิ้งไปได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่ามีถ่านแล้ว บรรดาคนรับใช้ทั่วทั้งเรือนก็พากันยินดีปรีดา มีเพียงเสิ่นอันเหอที่ขมวดคิ้วแน่น “เจียวเจียว เจ้าเอาถ่านมาจากไหน”
“ไปแย่งมาจากเรือนของฉู่เหยียนเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้น ความครึกครื้นในเรือนก็หยุดชะงักลง แม้แต่หายใจดัง ๆ ก็ไม่กล้า
“เจ้า เจ้าว่าอะไรนะ”
เสิ่นอันเหอกล่าวตะกุกตะกัก ใบหน้าที่เพิ่งคืนสีค่อย ๆ กลับมาแข็งทื่อและซีดเซียวอีกครั้ง
“ถ่านเหล่านี้ เจ้าไปแย่งมาจากห้องของคุณชายสามอย่างนั้นหรือ”
เหล่าคนรับใช้พากันถอยกรูดไปสองสามก้าว ต่างคนต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก
เสิ่นเยว่เจียวไม่รู้ร้อนรู้หนาว กลับโบกมือเต็มที่ “ในตำหนักชิงฮุยยังมีอีกไม่น้อย อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าตามข้าไปอีกสักสองสามคน ไปช่วยกันขนถ่านมาให้หมด”
เหล่าคนรับใช้ส่ายหน้ากันรัว ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งเกี่ยวเรื่องวุ่นวายนี้
