เฉินจิ่นอวี้เบิกตากว้าง ชี้นาง “เจ้าลูกชาวนา เหตุใดเจ้ากล้า…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง นางก็ถูกเสิ่นเยว่เจียวกดลงไปในโคลนแล้วทุบตีอีกยกหนึ่ง ตอนมานางตั้งใจจะโอ้อวด จึงเลือกเสื้อผ้าที่งดงามที่สุดและสวมเครื่องประดับล้ำค่าที่สุด แต่บัดนี้ ทุกสิ่งล้วนถูกเสิ่นเยว่เจียวตีเสียจนพังพินาศอยู่ในโคลน
นางเป็นคนมือหนักมาตั้งแต่ก่อน พอได้ฝึกฝีมือกับหวยอันและคงชิงมาบ้างก็ยิ่งรู้ว่าทุบตรงไหนเจ็บที่สุด ครานี้ยิ่งไม่เกรงใจ
เพียงแค่เฉินจิ่นอวี้ร้องไห้โวยวาย ก็จะถูกยัดปากด้วยโคลนเต็มคำ
เฟิ่งหยางเป็นเพียงตำบลเล็ก ๆ สกุลเฉินก็เป็นแค่ครอบครัวสามัญ แต่นางเฉินจิ่นอวี้ก็เป็นบุตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ไฉนเลยต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้
เฉินจิ่นอวี้เสียใจที่ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ นางน่าจะแค่แอบมองจากระยะไกลก็พอ เหตุใดต้องเข้ามาหาตัวให้ถูกทุบตีเช่นนี้ด้วย
ชิงเหม่ยกว่าจะไต่ขึ้นมาบนคันนาได้ก็แทบขาดใจ เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนถูกทุบจนเป็นตุ๊กตาโคลน ขาก็อ่อนยวบลงอีก
“ไอ้หยา อีสตรีสกุลเสิ่น เจ้ากล้าดีอย่างไรมาตีคุณหนูข้า!”
“หลายปีมานี้ผู้ที่ข้าตีมีน้อยเสียเมื่อไร เจ้าพวกสวมรอยยังกล้าท้าทายต่อหน้าข้า เหตุใดข้าจะไม่กล้าตี”
สิ้นคำพูด เสิ่นเยว่เจียวก็ทุบอีกหมัดลงบนจมูกของเฉินจิ่นอวี้
ฉับพลันนั้น เลือดกำเดาไหลทะลักจนเฉินจิ่นอวี้เจ็บร้องไห้ปิดหน้า
นางร้องไห้ เสิ่นเยว่เจียวก็อยากจะลงมืออีก
เหวินเจารั้งเสิ่นเยว่เจียวเอาไว้ “คุณหนู พอเถิด ลงมืออีกเกรงว่าชีวิตจะดับสิ้น”
