“เจ้า...เจ้า...เจ้า...”
เสิ่นเยว่เจียวชี้ไปทางกำแพงฝั่งนั้น ตกตะลึงจนเอ่ยวาจาเป็นต่อยถ้อยไม่ได้
อิ๋นเหยากับชิวจวี๋มองตามด้วยความสงสัยใคร่รู้ เห็นใบหน้าชัดแจ้งแล้วก็พากันอึ้งงันไปเช่นกัน
ท่ามกลางความตะลึงของทุกคน เหยาจือสวี่กระโดดลงจากกำแพงแล้วเดินตรงเข้ามา
อิ๋นเหยากับชิวจวี๋รีบลุกขึ้นคารวะ เอ่ยเรียกท่านเยาซื่อจื่อ
นางทั้งสองหลีกทางให้ เหยาจือสวี่จึงมาถึงตรงหน้าเหมาะเจาะ
“เสิ่นเยว่เจียว เจ้าจำข้าไม่ได้แล้วหรือ”
เขายังคงดูเหมือนเมื่อครั้งก่อน แย้มยิ้มอ่อนโยนงดงามยิ่งนัก
“เจ้า...เจ้า...เจ้า เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่”
เหยาจือสวี่นั่งลงเสียงดัง “ข้ามาหาเจ้าในวันตรุษ”
อิ๋นเหยารีบจัดชามตะเกียบคู่ใหม่ให้เขา แล้วยืนด้วยใจประหวั่นอยู่ด้านหลังพร้อมกับชิวจวี๋
วันนี้เป็นวันสามสิบค่ำ เดิมทีเสิ่นเยว่เจียวตั้งใจจะเรียกทุกคนในเรือนไร่มานั่งล้อมวงกินอาหารค่ำวันส่งท้ายปีด้วยกัน ให้ครึ้มครื้นสนุกสนาน แต่เป็นเพราะนางทั้งสองเห็นว่าควรแยกนายกับบ่าวดีกว่า จึงจัดเป็นสองโต๊ะ แยกเรือนหน้าเรือนหลัง
ยังดีที่จัดเป็นสองโต๊ะและมีเพียงนางทั้งสองอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นหากมีบุรุษแปลกหน้าบุกรุกเข้ามา เกรงว่าภายหน้าจะอธิบายความกับใครก็ไม่กระจ่าง
“ขาหมูพะโล้ของเจ้านี่ดูน่ากินเสียจริง”
ขาหมูตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ทั้งยังคลุกเคล้าด้วยน้ำจิ้มขลุกขลิก กินแล้วไม่มันเลี่ยนเลยสักนิด
ยังมีซุปแม่ไก่อีก รสหวานหอมปรุงมาอย่างดี ทั้งลูกชิ้นทอด ไส้กรอกรมควัน และผักจืดต้มจืด...
