“คุณหนู เหตุใดกลับมาเพียงลำพัง”
เสิ่นเยว่เจียวยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ท่านพ่อกับท่านแม่ยังดื่มสุราอยู่น่ะ”
ระหว่างพูด ท้องฟ้าราตรีก็มีดอกไม้ไฟเบ่งบานอีกครา อิ๋นเหยาไม่มีแก่ใจดูความครึกครื้น รีบอุ้มเสิ่นเยว่เจียวกลับเข้าห้อง
เพราะใกล้วันปีใหม่ คนรับใช้จึงรีบกวาดหิมะบนทางเดินตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้อากาศดี ตลอดวันมิมีหิมะใหม่ร่วงหล่น ทางเดินจึงสะอาดหมดจด เพียงพื้นรองเท้าชื้นบ้างเล็กน้อย
สิ่งแรกเมื่อเข้าห้อง อิ๋นเหยารีบร้อนถอดรองเท้าให้ จากนั้นย้ายเตาถ่านเข้ามาใกล้ พลางหาโถร้อนให้นางกุมมือ แล้วหยิบผ้าคลุมมาพันเท้า
กลางวันนางประทานรางวัลแก่บ่าวไพร่ อนุญาตให้พักผ่อนแต่หัวค่ำ บัดนี้จึงมีเพียงอิ๋นเหยาคนเดียวที่วุ่นวายเข้าออก
เสิ่นเยว่เจียวหัวเราะว่านางตื่นตูมเกินเหตุ ทั้งยังห้ามนางไปบอกเรือนหลักกับเสิ่นอันเหอ ทว่าเมื่อถึงยามค่ำคืน เท้าทั้งสองของนางก็ปวดขึ้นมาอีกครั้ง
แรกเริ่มนางคิดว่าทนได้สักครู่ก็คงดีขึ้น ทว่ามิทันถึงชั่วอึดใจ ก็ปวดจนสุดจะทน
อิ๋นเหยาคอยเฝ้าอยู่ห้องถัดไป ได้ยินเสียงก็วิ่งมาทันที รีบจะไปตามหลี่ต้าฟู
คืนส่งท้ายปีเก่า ยามเที่ยงคืนนี้ เสิ่นเยว่เจียวไม่กล้ารบกวนหลี่ต้าฟู ยิ่งไม่กล้าทำให้ฉู่หัวชางสะดุ้งตื่น เกรงจะพาลลูกนางคนรับใช้ไปทั้งเรือน
นางให้อิ๋นเหยาควานหาโอสถที่หลี่ต้าฟูให้ไว้คราวก่อน มาทาตรงจุดปวด
โอสถเย็นเพิ่งทาลงไป พอจะบรรเทาความเจ็บปวดได้บ้าง แต่เพียงชั่วประเดี๋ยวก็ปวดเสียดขึ้นมาใหม่ ได้แต่ทาซ้ำอีกหน
