วันรุ่งขึ้น
หลินเหยียนกำลังทำอาหารเช้าให้ถังเสวี่ยเจี้ยนอยู่ในห้องเช่า จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรว่า พี่หลง
หลินเหยียนกดรับสาย “ฮัลโหล พี่หลง”
“น้องชาย! เที่ยงนี้ว่างไหม? พี่เลี้ยงข้าว! ภัตตาคารหลงเถิง พี่จองห้องส่วนตัวไว้แล้ว!”
เสียงอันดังของสวีฉางหลง แม้ผ่านโทรศัพท์มาก็ยังทำเอาแก้วหูแทบสั่นจนร้าว
หลินเหยียนยิ้ม “ได้สิครับ พี่ให้เกียรติขนาดนี้ น้องชายต้องไปอยู่แล้ว!”
“ฮ่า ๆ ๆ! เที่ยงตรงนะ ห้ามพลาดล่ะ!”
หลังวางสาย ถังเสวี่ยเจี้ยนก็เดินออกมาจากห้องนอน ถามเสียงเบา
“ใครเหรอ?”
“พี่สวีของคุณน่ะ เขาบอกว่าจะเลี้ยงข้าวผม”
ถังเสวี่ยเจี้ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แล้ว… เรื่องออร์เดอร์ล่ะ…”
หลินเหยียนยกไข่ดาวที่ทอดเสร็จแล้วมาวางตรงหน้าเธอ ก่อนยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ
“วางใจเถอะ ผมรู้จักนิสัยพี่หลงดี ออร์เดอร์ที่เขาบอกว่าจะให้คุณ ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็แย่งไปไม่ได้”
“กินข้าวก่อน อย่าคิดมาก”
ถังเสวี่ยเจี้ยนหน้าแดง ก้มหน้าลงเงียบ ๆ แล้วนั่งกินอาหารเช้าอย่างว่าง่าย
……
เที่ยงวัน สิบสองนาฬิกา
ภัตตาคารหลงเถิง ห้องส่วนตัวเทียนจื้ออี้เฮ่า
ตอนหลินเหยียนผลักประตูเข้าไป สวีฉางหลงก็นั่งรออยู่ข้างในแล้ว
บนโต๊ะมีอาหารชั้นเลิศเต็มโต๊ะ แม้แต่แกะย่างทั้งตัวก็ยังถูกยกมาเสิร์ฟ
“มา ๆ น้องชาย รีบนั่ง!”
สวีฉางหลงลุกขึ้นต้อนรับอย่างกระตือรือร้น คว้าแขนหลินเหยียนแล้วดึงให้นั่งลงตรงที่นั่งประธาน
หลินเหยียนไม่เกรงใจ เอนหลังพิงเก้าอี้ หยิบสะโพกไก่มาแทะทันที
“พี่หลง จัดเต็มขนาดนี้ มีเรื่องดีอะไรหรือเปล่าครับ?”
สวีฉางหลงหัวเราะหึ ๆ ก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง
“น้องชาย ขอพูดเรื่องงานก่อน ออร์เดอร์มูลค่าพันล้านของน้องสะใภ้ วางใจได้เต็มร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ พี่จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว”
“เมื่อวานมีไอ้หนุ่มแซ่ถังคนหนึ่งมาที่บริษัท อยากแย่งออร์เดอร์ พี่ตบมันไปสองฉาดแล้วโยนออกไป”
“ต่อไปใครมาก็ไม่มีประโยชน์ โปรเจกต์นี้พี่ยอมรับแค่น้องสะใภ้คนเดียว!”
หลินเหยียนพยักหน้า “ขอบคุณครับพี่หลง”
“โธ่ เรื่องของน้องชายตัวเอง จะพูดขอบคุณทำไม!”
สวีฉางหลงโบกมือ จากนั้นใบหน้าก็เผยรอยยิ้มสดใสขึ้นมาทันที
“น้องชาย! ยังมีข่าวดีสุด ๆ อีกเรื่อง!”
“หืม? ข่าวดีอะไรครับ?”
