หลินเหวยเหวยให้ความสำคัญกับการหมั้นหมายครั้งนี้มาก จึงคอยจับตาดูเซี่ยจงหนานกับหลินจือเหยาอยู่ตลอด กลัวว่าทั้งสองจะติดต่อกัน
พอเห็นหลินจือเหยามองไปทางเซี่ยจงหนานไม่หยุด หลินเหวยเหวยก็รู้สึกเหมือนมีสัญญาณเตือนดังขึ้นในใจ
เธอเอ่ยกับคุณย่าหลินว่า “คุณย่าคะ หนูขอไปทักทายคุณน้ากวนก่อนนะคะ”
“ไปเถอะ” คุณย่าหลินยิ้มอย่างใจดี “ทักทายเสร็จแล้วก็ไปคุยกับพี่จงหนานของหนูบ้างนะ พวกหนุ่มสาวมีเรื่องคุยกันเยอะ”
คุณย่าหลินรู้ความคิดของหลานสาวดี นางเองก็ชอบเซี่ยจงหนานอยู่เหมือนกัน เพียงแต่นิสัยของเขายังต้องขัดเกลาอีกมาก ยังหนุ่มเกินไปและหุนหันพลันแล่น ผู้ชายควรสุขุมหนักแน่นกว่านี้
“หนูรู้แล้วค่ะ” หลินเหวยเหวยยิ้มหวานอย่างน่ารัก ไม่ได้เหนียมอายแม้แต่น้อย ก่อนจะเดินไปทักทายบรรดาผู้ใหญ่ด้วยท่าทางร่าเริง
กวนซูเชวียได้ยินหลินเหวยเหวยเรียกเสียงหวานว่า “คุณน้า” ในใจก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นเด็กที่ตัวเองเห็นมาตั้งแต่เล็ก อีกทั้งยังถูกกำหนดไว้ให้เป็นลูกสะใภ้มานานแล้ว กวนซูเชวียจึงเก็บความคิดในใจไว้ แล้วยิ้มถามว่า “หายจากหวัดหรือยัง”
“ขอบคุณคุณน้าที่เป็นห่วงนะคะ ตอนนี้หายเกือบหมดแล้วค่ะ” หลินเหวยเหวยรู้กาลเทศะเป็นอย่างดี รีบยื่นชาร้อนให้เธอ “ใกล้จะกินข้าวแล้ว คุณน้าจิบชาชุ่มคอก่อนนะคะ”
กวนซูเชวียรับถ้วยชามา เห็นหลินเหวยเหวยเผลอมองไปทางลูกชาย ก็ยิ้มพลางพูดว่า “จงหนานก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน ไปหาเขาให้สบายใจหน่อยเถอะ”
หลินเหวยเหวยหน้าแดงขึ้นมาทันที เผยท่าทางเขินอายแบบเด็กสาว ก่อนจะเงยหน้ามองเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนนั้น
“ค่ะ ขอบคุณคุณน้านะคะ”
