หลินจือเหยาพอจะรู้แล้วว่าคนที่ติดสามสิบอันดับแรกของระดับชั้นมีใครบ้าง
ไม่มีใครสักคนอยู่ชั้นหนึ่งเซ่น
ส่วนซีจื่อยันได้อันดับหนึ่ง เซวียนตี๋ได้อันดับสองของระดับชั้น และหลินเหวยเหวยได้อันดับสาม
หลินจือเหยาค่อนข้างแปลกใจอยู่บ้าง
ดูท่าหลินเหวยเหวยจะตั้งใจจริง ปกติต้องฝึกเปียโน ฝึกเต้นรำ แต่เรื่องเรียนก็ไม่เคยละเลย
แต่แล้วอย่างไรล่ะ
เมื่ออยู่ต่อหน้าพรสวรรค์ที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ความพยายามก็ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง
ชาติก่อนหลินจือเหยาฝ่าฟันอยู่ในวงการธุรกิจมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นมารยาท การขี่ม้า หรือดนตรี หมากล้อม หนังสือ และภาพวาด เธอล้วนเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี
ครูที่เธอจ้างมาก็ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าทั้งสิ้น
ประกอบกับหลินจือเหยามีพรสวรรค์ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเธอ
ส่วนเรื่องเรียน...
ต่อมาเธอได้เข้าศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำระดับโลก อาจารย์เป็นผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงวิชาการ เธอได้รับการสนับสนุนและการยอมรับจากผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการวิจัย ตอนนี้ต้องกลับมาเรียนมัธยมปลาย จึงเหมือนเป็นการเอาความรู้ระดับสูงมาข่มอย่างสิ้นเชิง
ในเมื่อหลินเหวยเหวยยึดผลการเรียนที่ตัวเองภาคภูมิใจนักหนาเป็นเครื่องเชิดหน้าชูตา หลินจือเหยาก็จะทำลายความมั่นใจของเธอให้ย่อยยับ
ให้เธอเห็นชัด ๆ ว่าคนอย่างเธอ เมื่ออยู่ต่อหน้าทรัพยากรที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาดแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรเลย
“มู่หลิง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ช่วงพักระหว่างคาบทุกครั้ง ฉันจะสรุปประเด็นสำคัญในบทเรียนให้ฟัง หลังเลิกเรียนจะติวให้เพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง”
หลินจือเหยายิ้มอยู่ ทว่าแววตากลับเย็นเยียบ “ฉันอยากให้เธอพัฒนาขึ้น ให้พวกเขาได้เห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวถ่วงของห้อง”
เฉินมู่หลิงกำลังซาบซึ้งกับสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดก่อนหน้านี้ อีกทั้งเธอก็ไม่เคยสงสัยในความสามารถของหลินจือเหยาเลย กลับเชื่อมั่นอย่างไม่มีข้อกังขา
