ปลายเดือนตุลาคม หลินจือเหยามาถึงเมืองหลวงได้หนึ่งเดือนแล้ว
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าสอบยกชั้น
ก่อนการสอบจะเริ่ม เฉินมู่หลิงพูดกรอกหูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “อย่าตื่นเต้น อย่าตื่นเต้น เรื่องแค่นี้เอง!”
หลินจือเหยาหรี่ตายิ้ม “ฉันไม่ตื่นเต้นสักหน่อย มู่หลิง เธอตั้งใจสอบนะ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้”
“……” เฉินมู่หลิงยิ้มเหมือนจะร้องไห้ “จือเหยา ฉันกำลังปลอบใจตัวเองต่างหาก”
หลินจือเหยาหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
เจ้าซวนเห็นว่าโต๊ะที่เรียงชิดกันในห้องเรียนถูกแยกออกจากกันแล้ว ก็พยักหน้า “ไม่เลว ทำงานกันไวดีนี่ หัวหน้าห้องมาแจกข้อสอบหน่อย”
“ข้อสอบครั้งนี้จะยากกว่าครั้งก่อนอยู่หน่อย พวกเธอตั้งใจทำกันนะ ไม่แน่ว่าครั้งนี้เราอาจทำคะแนนได้ดีกว่าห้องเจี่ยก็ได้”
เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งพูดหยอกล้อขึ้นมา “อาจารย์เจ้าซวน คุณคาดหวังกับพวกเรามากเกินไปแล้ว ถ้าทำคะแนนได้ดีกว่าห้องเจี่ยจริง พวกเราก็คงไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่หรอก!”
“คนเราก็ต้องมีความฝันกันบ้าง” เจ้าซวนยิ้มพลางกดมือให้ทุกคนสงบลง “เอาละ อย่าพูดกันแล้ว ตั้งใจสอบ”
หลังแจกข้อสอบเสร็จ เสียงกริ่งสอบก็ดังขึ้น ไม่นานก็มีครูคุมสอบจากห้องอื่นเดินเข้ามา
เจ้าซวนทำท่าให้กำลังใจนักเรียน แล้วค่อย ๆ เดินออกจากห้องเรียน เขาแวะดูอยู่ตรงหน้าต่างสักพัก ก่อนจะเดินเอื่อย ๆ ไปยังห้องพักครู
ครูคุมสอบเป็นครูจากระดับชั้นอื่น มีสองคน คนหนึ่งอยู่หน้าห้อง อีกคนอยู่หลังห้อง พวกเขาเดินตรวจไปตามทางเดินระหว่างโต๊ะโดยเอามือไพล่หลัง
พวกเขาคอยดูว่ามีใครกระซิบกระซาบหรือส่งกระดาษโน้ตให้กันหรือไม่ จากนั้นก็ตรวจดูว่ามีใครแอบซ่อนหนังสือไว้ในโต๊ะหรือเปล่า
