หลินเหวยเหวยไม่รู้เลยว่าหลินจือเหยากำลังเรียนคณิตโอลิมปิกกับครูสอนพิเศษอยู่ นี่เป็นสาขาที่เธอไม่เคยแตะต้องมาก่อนด้วยซ้ำ
แม้การแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายจะจัดมาแล้วหลายครั้ง แต่โดยทั่วไปคนที่ลงแข่งมักเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสาม หลินซิงเหอเองก็ไม่ค่อยสนใจคณิตโอลิมปิก จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก
ส่วนหลินเหวยเหวยยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่
ช่วงนี้นอกจากเรียนหนังสือแล้ว เธอก็เอาแต่วิ่งไปโรงละครศิลปะ กลัวว่าแม่จะไม่สนใจเธอ
พอถึงสิ้นเดือนก็จะมีการสอบยกชั้นประจำเดือน หลินเหวยเหวยนึกถึงตอนที่หลินจือเหยาจะต้องขายหน้าในเร็วๆ นี้ อารมณ์จึงดีขึ้นไม่น้อย
“เหวยเหวย คิดอะไรอยู่ ยืดหลังให้ตรง” ครูสอนเต้นที่โรงละครทักท้วงท่าทางของเธอ “อย่าใจลอย”
หลินเหวยเหวยรีบดึงสติกลับมา ไม่คิดเรื่องอื่นอีก
วันศุกร์ยวีฮุยโจวต้องทำงานล่วงเวลา จึงไม่ได้มาสอนหลินจือเหยา
เมื่อเพื่อนร่วมชั้นทยอยออกจากห้องไปเกือบหมดแล้ว หลินจือเหยากับเฉินมู่หลิงก็ยังทบทวนประเด็นความรู้ที่เรียนวันนี้กันต่อ
“จือเหยา อยากกินบะหมี่เนื้อไหม เพิ่มผักกาดดอง หัวไชเท้าแห้งกับถั่วลิสงอีกหน่อย เนื้อวัวก็เป็นเนื้อตุ๋นรสหอมเครื่องเทศ...”
เฉินมู่หลิงพยายามใช้ของอร่อยล่อใจหลินจือเหยา
แต่ไม่คิดว่าหลินจือเหยาจะไม่หวั่นไหว กลับกลายเป็นว่าเธอเองน้ำลายสอเสียก่อน
“เช็ดน้ำลายหน่อยสิ” หลินจือเหยากลั้นยิ้มแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ “ยังไม่ดึก เรียนเสร็จแล้วค่อยไปกินกัน”
