ฉีหยางไม่สนิทสนมกับผู้ใด พักในโรงเตี๊ยมที่ถูกที่สุด กินอาหารธรรมดาที่สุด
ค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวคือการจ่ายศิลาวิญญาณชั้นกลาง 500 ก้อนให้ตลาดขนาดกลางแห่งหนึ่ง เพื่อแลกกับป้ายเข้าแดนลับเป่ยฮวง
ป้ายดังกล่าวเป็นป้ายหยกขนาดสามชุ่น ด้านหน้าสลักคำว่าเป่ยฮวงไว้ ส่วนด้านหลังสลักหมายเลขกับตราพลังวิญญาณของผู้เข้าแดนลับ
พลังวิญญาณที่ฉีหยางใช้ประทับลงไปย่อมเป็นคลื่นพลังวิญญาณขั้นสร้างฐานรากช่วงปลาย ซึ่งผ่านการปรับแต่งด้วยยาอนิมิตแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณขั้นแก่นทองที่แท้จริงของเขาแม้แต่น้อย
มีคนมาลงทะเบียนในตลาดไม่น้อย
ฉีหยางกวาดตามองคร่าว ๆ ระหว่างที่ต่อแถวอยู่ครึ่งวัน ก็มีคนจ่ายเงินรับป้ายไปแล้วกว่า 40 คน
ส่วนใหญ่เป็นผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานรากช่วงปลายกับขั้นบริบูรณ์ มีผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองระยะแรกอยู่บ้างเป็นครั้งคราว หลังรับป้ายแล้วพวกเขาล้วนเดินออกไปอย่างเชิดหน้าชูคอ เบื้องหลังมีผู้ติดตามกลุ่มหนึ่งคอยประจบสอพลอ
ฉีหยางปะปนอยู่ในกลุ่มผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานรากช่วงปลาย ดูกลมกลืนจนไม่มีใครสนใจ
ผู้ดูแลจุดลงทะเบียนเป็นศิษย์ขั้นสร้างฐานรากบริบูรณ์จากสำนักวิญญาณไท่ซวี สีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญขณะประทับตราให้แต่ละคน
เมื่อถึงคราวฉีหยาง เขาเหลือบมองคลื่นพลังวิญญาณของฉีหยาง
“ขั้นสร้างฐานรากช่วงปลายหรือ? อายุเท่าไร? รากวิญญาณเป็นเช่นไร?”
“เรียนผู้อาวุโส ข้าอยู่ขั้นสร้างฐานรากช่วงปลายระดับสูงสุด อายุ 132 ปี ส่วนรากวิญญาณไม่สะดวกเปิดเผยขอรับ”
ฉีหยางกดเสียงให้แหบพร่าทุ้มต่ำ ราวกับเป็นเสียงที่ถูกกาลเวลาขัดเกลาจนสึกกร่อน
ผู้ดูแลหัวเราะเยาะเบา ๆ
“อายุ 132 ปีแล้วยังอยู่ขั้นสร้างฐานรากช่วงปลาย พรสวรรค์ธรรมดานัก แต่ในแดนลับไม่ได้วัดกันที่พรสวรรค์ หากวัดกันที่ดวง ขอให้โชคดี”
ฉีหยางรับป้ายมา ก้มตัวกล่าวขอบคุณ ก่อนหันหลังจากไป
