กลางดึก รถเก๋งสีดำแล่นฉิวไปบนถนน เวินเนี่ยนซีมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำตาไหลไม่หยุด
“ขอโทษ…ขอโทษ…”
เธอถอดแหวนออก แม้ในความมืดสลัว มันก็ยังเปล่งประกายระยิบระยับราวกับแสงดาวกลางราตรี
ตอนนี้ไม่มีทางให้เสียใจแล้ว เธอปรับอารมณ์ให้สงบ เลื่อนฉากกั้นขึ้น เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดสะอาด แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือกับซิมการ์ดที่เพิ่งซื้อมาออกมา
“คุณหนูเวิน ถึงแล้วครับ”
“อืม”
เวินเนี่ยนซีกำลังจะจ่ายเงินให้เขา แต่อีกฝ่ายโบกมือ “เพื่อนคุณจ่ายให้แล้วครับ”
เขาหยิบกระเป๋าเดินทางสีขาวออกมาจากฝาท้ายรถ “ของของคุณอยู่ในนี้หมดแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
คืนนี้อากาศในฮูเฉิงค่อนข้างเย็น เธอกระชับเสื้อคลุมให้แน่น แล้วหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย
ต่อจากนี้ เธอคงต้องไปใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีใครมารบกวน และไม่มีใครรู้จักเธอแล้วจริง ๆ
หลังจากนิ่งอยู่นาน เธอก็ละสายตา โยนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าลงถังขยะ แล้วเดินเข้าไปในสนามบิน
……
“พ่อ กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ที่นี่มีหนูกับอู๋โหยวอยู่” หลินซื้อยุนพูด “วางใจเถอะค่ะ เขาต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”
เซินจิ้นเหนียนไม่ได้พูดอะไร
พอพยุงเขามาถึงหน้าประตู เขาก็หยุดฝีเท้า มือที่จับไม้เท้าพลันคลายออก ก่อนจะหลับตาและทรุดตัวลงอย่างหมดแรง
“คุณปู่!”
เซินจิ้นเซินขมวดคิ้ว ก่อนก้าวยาว ๆ เข้าไปอุ้มชายชราขึ้นมา “รีบไปตามหมอ!”
ตลอดทั้งคืน ห้องพักฟื้นสว่างไสว ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
พอฟ้าสาง เซินจิ้นเซินเหลือบมองเซินอู๋โหยวที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโซฟา แล้วลุกขึ้นเดินไปหาเซินว่าง
เซินอู๋โหยวลุกขึ้นขวางอยู่ข้างเตียงของพี่ชาย “คุณ…คุณจะทำอะไร!”
