“หิวไหม”
“ไม่หิว”
ใต้ผ้าห่ม เซินว่างงอเข่ากดขาเธอไว้ พลางยกมุมปาก “อืม ดูท่าเมื่อคืนจะกินอิ่มเกินไป ตอนนี้เลยไม่หิวสินะ”
“เซินว่าง คุณพูดดี ๆ หน่อยได้ไหม เมื่อคืนคุณนอนตอนกี่โมง”
“ตีสาม”
“โอเค ฉันนึกว่าคุณจะไม่นอนทั้งคืนเสียอีก”
เซินว่างเอ่ยว่า “ทำให้ที่รักผิดหวังแล้วสิ”
“คุณไม่ไหวแล้วหรือ...” พอรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เวินเนี่ยนซีก็เม้มปากแล้วรีบแก้คำ “คุณไม่รู้สึกเหนื่อยหรือ”
“ไม่เหนื่อย แค่เหนื่อยกว่าสามปีก่อนนิดหน่อย หลังจากทำกันอยู่นานขนาดนั้น”
เวินเนี่ยนซีเอนซบอกเขาอย่างสบายใจ หลับตาลง “อาจเป็นเพราะอายุมากขึ้นละมั้ง ในเน็ตบอกว่าผู้ชายพออายุเกินยี่สิบห้าก็ไม่ไหวแล้ว”
ปีนี้เซินว่างอายุครบยี่สิบห้าปี ปีหน้าก็ยี่สิบหกแล้ว
“ไปฟังใครพูดเหลวไหลมา” เขาแก้ความเข้าใจให้เธอ “นั่นหมายถึงผู้ชายส่วนใหญ่ ส่วนฉันเป็นเพราะร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ฟู่อวี่บอกว่าต่อให้ระวังเรื่องอาหารแล้ว ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือนกว่าจะฟื้น”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เวินเนี่ยนซีก็เงยหน้าขึ้น “คุณกินอาหารเช้าหรือยัง”
เซินว่างบีบจมูกเธอเบา ๆ “กินแล้ว”
“ทำไมฉันไม่รู้เลย”
“ก็คุณหลับสนิทเกินไป”
เวินเนี่ยนซีร้อนเพราะถูกเขากอดแน่นเกินไป จึงยื่นมือออกจากผ้าห่ม กะพริบตาพลางกวาดมองไปรอบห้อง “ทำไมถึงเปลี่ยนห้องล่ะ”
“ห้องนั้นนอนไม่ได้แล้ว เมื่อวานฝนตกหนัก หน้าต่างปิดไม่สนิท ผ้าปูที่นอนกับโซฟาเปียกหมด เช็ดไม่ทันก็เลยย้ายมาห้องนี้ แต่ให้แม่บ้านไปทำความสะอาดแล้ว”
เวินเนี่ยนซีรีบดึงผ้าห่มมาคลุมหน้าทันที “ตอนนี้แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่เหรอ”
“อืม ลมก็แรง ฝนสาดเข้ามาจนเปียกหมด ต้องใช้เวลาทำความสะอาดหน่อย”
