เวินเนี่ยนซีใช้มือตบแก้มเขาเบา ๆ “ฉันไม่รังเกียจคุณหรอก”
“ผมรู้”
เซินว่างจับมือเธอขึ้นมาจูบ มือที่โอบเอวเธออยู่ก็ดึงเธอเข้ามากอดแน่น “นอนพักสักหน่อยนะ สองวันนี้อยู่บ้านเป็นเพื่อนผมก่อน อีกสักพักผมจะไปส่งคุณกลับมหาวิทยาลัย”
“คุณก็จะไปด้วยเหรอ? ไม่ไปทำงานแล้วหรือไง?”
เซินว่างพยักหน้า “สองวันนี้คงเหนื่อยหน่อย แต่จะได้แบ่งเวลาสองวันมาอยู่กับคุณ แล้วก็ย้ายบ้านไปด้วย ที่นั่นน่ะอยู่ได้จริงเหรอ?”
“ทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ฉันว่าไม่แย่นะ”
ตอนเด็ก ๆ เธอเคยอยู่บ้านที่ทรุดโทรมกว่านี้ ยังไม่รู้สึกลำบากเลย
เวินเนี่ยนซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันย้ายกลับไปอยู่กับเพื่อนร่วมห้องก็ได้นะ แบบนี้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกินด้วย ช่วงนี้เธอยังส่งข้อความมาหาฉันอยู่เลย บอกว่าอยู่คนเดียวแล้วกลัว อยากให้ฉันไปอยู่เป็นเพื่อน”
“ห้ามไป”
ถ้ามีเพื่อนร่วมห้องเพิ่มมาอีกคน เวลาเขาแวะไปหาเธอเป็นครั้งคราวก็ต้องคอยระวังคนที่อยู่ในห้อง จะทำอะไรก็เก้ ๆ กัง ๆ จูบก็ไม่ได้ กอดก็ไม่ได้ นอนด้วยกันก็ไม่ได้
เซินว่างปฏิเสธโดยไม่ลังเล “คุณไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ แล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนผม?”
“ผมจะเช่าบ้านให้คุณ จัดแม่ครัวให้ด้วย เรื่องอื่นคุณไม่ต้องห่วง”
เขาพูดรวดเดียวจบ ไม่เปิดโอกาสให้เวินเนี่ยนซีปฏิเสธ
เวินเนี่ยนซีเริ่มง่วง เธอพิงอกเขาแล้วค่อย ๆ หลับตาลง “อือ ฉันฟังคุณทุกอย่าง”
“นอนเถอะ”
ในยามค่ำคืน รถแล่นไปตามถนนอย่างมั่นคง ข้ามสะพานยกระดับ ไม่นานก็จอดลงหน้าตำหนักอีไห่
