คำพูดของหนานจือทั้งสามคนทำให้หนานเหฮิงชะงักไป เขามองหนานจือด้วยแววตาเย็นชา “ผีตัวน้อยที่พวกเธอพูดถึงหมายความว่ายังไง?”
หนานจืออ้าปากนิด ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหนานเหฮิงยังไม่ได้เปิดดวงตาทิพย์ จึงเดินเข้าไป เอาฝ่ามือปิดดวงตาของเขา “พี่ใหญ่ลองดูเองสิ แล้วจะรู้”
ตราชาดบนฝ่ามือที่หนานจือปิดอยู่บนดวงตาของหนานเหฮิงพลันส่องสว่าง ตรงหน้าเขามืดวูบไป ก่อนจะรู้สึกเย็นวาบที่ดวงตา เมื่อหนานจือยกมือออก หนานเหฮิงก็มองไปยังภรรยาบนเตียงผู้ป่วยทันที
ซูว่านบนเตียงผู้ป่วยหลับตาสนิท มีผีตัวน้อยสองตนหน้าตาน่าสยดสยองเกาะอยู่บนไหล่ พอสัมผัสได้ถึงสายตาเย็นเยียบของหนานเหฮิง พวกมันก็แยกเขี้ยวใส่เขา ใบหน้าเขียวคล้ำและมีเขี้ยวแหลมคม
แววอำมหิตในดวงตาหนานเหฮิงไม่ปิดบังแม้แต่น้อย “พวกมันเป็นสาเหตุที่พี่สะใภ้ใหญ่หมดสติหรือ?”
หนานจือพยักหน้า มองท่าทีที่ไม่แปลกใจเลยสักนิดของพี่ใหญ่แล้วเบ้ปาก น่าเบื่อจริง ๆ
“พวกมันกำลังดูดพลังชีวิตของพี่สะใภ้ใหญ่ ถ้าไม่ยอมปล่อยเด็กในท้องไป พี่สะใภ้ใหญ่ก็จะหมดสติไม่ฟื้น จนกว่าเด็กจะหายไป”
สีหน้าของหนานเหฮิงเย็นชาลงเรื่อย ๆ ตามคำพูดของหนานจือ จนท้ายที่สุดแววฆ่าฟันก็ปรากฏขึ้น “เป็นคนที่พวกเธอพูดถึงหรือ?”
หนานอวี่หันไปมองหนานจือ หนานจือกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา “ฉันยืนยันได้แค่ว่าเรื่องที่เกิดในบ้านเป็นฝีมือของคนคนนั้น”
“เพราะทารกผีบนตัวพี่สะใภ้ใหญ่กับผีตัวน้อยในบ้านต่างก็ขัดขวางการมีทายาท คงไม่มีใครอยากหาเรื่องยุ่งยากแล้วลงมือถึงสองครั้งหรอก”
