หนานจือยกมือขึ้น หิ้วเจ้าผีน้อยในแก้วมุกดาไว้ “มันจำทางได้ด้วยนะ”
เจ้าผีน้อยแกว่งขาอยู่กลางอากาศ มองทั้งสามคนที่หันมาทางมัน ก่อนจะยิ้มอย่างหวาดกลัวปนประจบ
หนานอวี่เดินออกมาจากลิฟต์ “อาจือจะจัดการกับมันยังไง”
หนานจือปล่อยมือ เจ้าผีน้อยร่วงลงพื้น ก่อนจะเดินตามหลังหนานจืออย่างว่าง่าย พอได้ยินคำถามของหนานอวี่ ร่างก็สะท้านเฮือก ใบหน้าเล็กซีดเผือด
จบเห่แล้ว มันต้องตายแน่!
เจ้าผีน้อยเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า ไม่มีใครบอกมันสักคำว่าอาชีพนี้อันตรายขนาดนี้!
ถ้าไม่ใช่เพราะธูปหอมไม่กี่ดอก มันก็ไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก!
ผลคือธูปหอมยังไม่ทันได้มา ตัวเองกลับต้องมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้!
หนานจือเหลือบมองเจ้าผีน้อยที่แทบจะร้องไห้ แล้วแย้มยิ้มอย่างเลือดเย็น “อืม เดี๋ยวก็ส่งมันไปแล้ว”
“แง!!!”
เจ้าผีน้อยที่กำลังสั่นงันงกอยู่แล้ว พอได้ยินหนานจือพูดก็กลั้นไม่ไหว ร้องไห้โฮออกมา “ท่านเทียนซือ ขอร้องละ ปล่อยผมไปเถอะ!”
“ฮือ ๆ ๆ~”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ไปแตะเธอเท่านั้น ถึงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ก็โทษผมทั้งหมดไม่ได้สักหน่อย!”
หนานจือทำสีหน้าราวกับว่าเป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่สนใจเสียงร้องไห้คร่ำครวญของเจ้าผีน้อย
หนานหย่ามองเจ้าผีน้อยที่เกาะขากางเกงหนานจือร้องไห้โฮ พอเห็นสีหน้าสนุกสนานของหนานจือก็เข้าใจขึ้นมาทันที
อาจือกำลังแกล้งเจ้าผีน้อยตัวนี้อยู่ งั้นก็หมายความว่าเจ้าผีน้อยตัวนี้ไม่ใช่ตัวการสินะ...
แต่ว่า...
หนานหย่าขยับเข้าไปใกล้หนานจือ แล้วลดเสียงลง “อาจือ เจ้าผีน้อยตัวนี้ดูเหมือนไม่ค่อยเก่งเท่าไร เรื่องของพี่สะใภ้ยังมีปัญหาอย่างอื่นอีกหรือเปล่า”
