ฉินเฟิงอยู่ในห้องทำงานเกือบครึ่งวัน กว่าจะเลิกงานก็ถือกระเป๋าออกมา
“เหอเจีย คืนนี้โรงหนังมีหนังต่างประเทศ ไปดูกันไหม?”
“ตั๋วคงหาซื้อยากน่าดู”
เฉียวหร่านคล้องแขนเธอ “ไม่แน่อาจซื้อได้ก็ได้นะ ถ้าซื้อไม่ได้ก็เดินเล่นแถวนั้นกัน”
เหอเจียพยักหน้า “ก็ได้”
เฉียวหร่านโบกมือ “ฉินเฟิง!”
เหอเจียหันไปมอง เห็นฉินเฟิงปั่นจักรยานผ่านมาพอดี จึงยิ้มทักทาย
“เลิกงานแล้วเหรอ”
ฉินเฟิงหยุดจักรยาน “เลิกแล้ว ให้ผมไปส่งพวกคุณไหม?”
เฉียวหร่านมองเขาพลางยิ้มกริ่ม “นายมีจักรยานคันเดียว จะไปส่งพวกเรายังไงล่ะ?”
“จริงด้วย งั้นพวกคุณค่อย ๆ เดินนะ ผมไปก่อนล่ะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ”
เฉียวหร่านทำปากยื่น “หัวทึบจริง ๆ”
ฉินเฟิงมองเธออย่างงุนงง “มีอะไรเหรอ จะให้คนหนึ่งนั่งหน้า อีกคนนั่งหลังหรือไง?”
“ฝันไปเถอะ พวกเรากำลังจะไปดูหนังที่โรงหนังคืนนี้ นายจะไปด้วยกันไหม?”
“ดูหนังเหรอ ช่างเถอะ”
เฉียวหร่านจับแฮนด์จักรยานไว้ “แต่เป็นหนังต่างประเทศนะ อยู่บ้านคนเดียวจะสนุกอะไร ไปด้วยกันเถอะ”
ฉินเฟิงเกาหัว เขายังไม่เคยไปโรงหนังในยุคนี้เลย ลองไปสักครั้งก็คงไม่เลว
“ได้ หนังเริ่มกี่โมง?”
“เยี่ยมเลย หนังเริ่มสองทุ่ม แต่คนต้องเยอะแน่ พวกเราไปก่อนเวลา นายรับหน้าที่ต่อแถวซื้อตั๋วนะ คงไม่อยากให้สาว ๆ อย่างพวกเราไปเบียดซื้อหรอกใช่ไหม?”
“สรุปว่าพวกคุณจะให้ผมไปใช้แรงงานสินะ?”
เฉียวหร่านหัวเราะคิกคัก “คนอื่นยังไม่มีโอกาสแบบนี้เลยนะ นายต้องคว้าไว้ให้ดี”
