ค่ำวันนั้น ทุกคนนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร
ฉินเฟิงจิบสุราไปพลาง ใบหน้าประดับรอยยิ้มไม่ขาด
เถาจื่อหยิบซี่โครงแกะขึ้นมากัดคำโต “นึกว่าจะตายเสียแล้ว ในที่สุดก็รอดมาได้สักที”
“อื้ม ๆ อร่อยจัง พี่เฟิงไปเอามาจากไหนเหรอ”
ฉินเฟิงยิ้ม “ให้คนเอามาส่งน่ะ เอาไว้เลี้ยงพวกเธอ”
ผิงกั่วทำปากยื่น “พรุ่งนี้ต้องเอาคืนให้ได้”
“ใช่ วันนี้ไม่นับ” อิงเถาพยักหน้าสนับสนุน
ฉินเฟิงยกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก “ได้สิ พรุ่งนี้รอพวกเธออยู่บ้านนะ”
เถาจื่อเลียน้ำมันที่ติดมือ “อร่อยเกินไปแล้ว”
“กินเยอะ ๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
หลี่เจี้ยนเย่ก้มหน้าเดินอยู่บนถนน
ปกติข้างกายเขามักมีลูกน้องกลุ่มหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลัง
แต่ตอนนี้แต่ละคนกลับหลบหน้าเขา
ชายหนุ่มหลายคนเดินสวนเข้ามา
“ไอ้หนู ขอยืมเงินหน่อยสิ”
พอได้ยินว่ามีคนจะขอเงิน เขาก็เงยหน้าขึ้นมอง
“พวกนายอย่ามาหาเรื่องกันนะ”
เฉินต้าจวิน หัวโจกของกลุ่ม เห็นว่าเป็นเขาก็เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายบ้านผู้อำนวยการโรงงานเหล็กกล้านี่เอง”
“จริงด้วย วันนี้ไม่ไปดูหนังหรือไง”
พอหลี่เจี้ยนเย่เห็นว่าเป็นพวกที่เคยแย่งตั๋วหนังของพวกเขาคราวก่อน จู่ ๆ ก็คิดอะไรขึ้นมาได้
“พี่จวิน สนใจทำธุรกิจสักอย่างไหม”
เฉินต้าจวินได้ยินแล้วก็มองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“ธุรกิจอะไร”
“ช่วยฉันจัดการคนคนหนึ่ง ถ้าสำเร็จฉันให้ค่าตอบแทน 100 หยวน”
พอได้ยินว่าจัดการคนคนหนึ่งแล้วได้เงิน 100 หยวน ทุกคนก็สนใจขึ้นมาทันที
เฉินต้าจวินโอบไหล่เขา พาเข้าไปในตรอกข้างทาง “เล่ามาสิ อีกฝ่ายเป็นใคร”
หลี่เจี้ยนเย่กัดฟันกรอด “มันเป็นเด็กกำพร้า ทำงานเป็นพนักงานจัดซื้อที่โรงงานเหล็กกล้า พวกนายช่วยหักขามันสักข้าง ฉันจ่าย 100 หยวน”
