ฉินเฟิงมองเธอ เห็นว่าอีกฝ่ายตื่นเต้นประหม่า จึงลองถามหยั่งเชิงว่า “เสี่ยวหลิง ถ้าวันหนึ่งมีเซียนมาหาถึงบ้าน แล้วพาเธอกับเสี่ยวฉานไปฝึกบำเพ็ญ พวกเธอจะไปไหม?”
หูเยว่หลิงชะงักมือ เงยหน้ามองเขาแล้วแกล้งถามอย่างซุกซนว่า “พี่เฟิงเจอเซียนมาเหรอ?”
ฉินเฟิงทำสีหน้าไม่รู้ว่าพูดจริงหรือเท็จ “ก็ไม่เชิง เมื่อกี้เจอชายชราคนหนึ่ง ท่าทางแปลก ๆ บอกว่าตัวเองเป็นผู้บำเพ็ญ บอกว่าจะรับฉันเป็นศิษย์ แต่ทีหลังกลับพบว่าร่างกายฉันฝึกบำเพ็ญไม่ได้”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ทำสีหน้าจนใจ “ฉันว่าหมอนั่นคงหลอกคน แต่เขาเตือนว่าร่างกายของพวกเธอสองคนพิเศษ
บางทีคนจากสำนักอาจผ่านมาเจอเข้า แล้วพาพวกเธอกลับสำนักไปฝึกบำเพ็ญโดยไม่ถามความสมัครใจ
ฉันเลยถามว่าจะแก้ปัญหาได้ยังไง เขาก็ให้ของสามเหลี่ยมชิ้นนั้นมา บอกว่าแค่พกไว้ในร้าน ก็จะช่วยไม่ให้ใครพบตัวพวกเธอได้เป็นเวลาสองปี”
หัวใจของหูเยว่หลิงพลันเต้นรัว พอได้ยินว่าในช่วงสองปีนี้จะไม่มีใครพบตัวพวกเธอ เธอก็ค่อยคลายใจลงเล็กน้อย
เธอลองถามว่า “พี่เฟิง แล้วเขาบอกไหมว่าทำไมร่างกายของพวกเราถึงพิเศษ?”
ฉินเฟิงเกาหัว “เปล่า เขาเองก็ดูไม่ออกเหมือนกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หูเยว่หลิงก็วางใจ สีหน้าปรากฏรอยยิ้ม “พวกเราไม่ไปหรอก ต่อไปจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ตลอด รอพวกเราเก่งขึ้นเมื่อไหร่ จะปกป้องพี่ไปทั้งชีวิตเลย”
ฉินเฟิงหัวเราะ “ฮ่า ๆ ได้สิ พอโตขึ้นแล้วพวกเธอก็มาปกป้องฉันนะ”
“อื้ม! ต้องทำได้แน่นอน!”
หูเยว่หลิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ฉินเฟิงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีความลับบางอย่าง แต่เขาก็รู้สึกได้เช่นกันว่าเธอพึ่งพาและเชื่อใจเขามาก
