ฉินเฟิงเดินทอดน่องไปตามทาง ในเมืองหลวงมีคนอย่างหลิวซานอยู่ไม่น้อย
เมื่อก่อนพวกเขารับหน้าที่เป็นผู้ติดตามให้คุณชายและลูกหลานตระกูลผู้ดีโดยเฉพาะ
อาศัยเอาใจนายจ้างเพื่อแลกเงินรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่ว่าในเมืองหลวงจะมีอะไรน่าเที่ยวหรือน่ากิน หรือบ้านไหนเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเขาล้วนรู้ข่าวกันไวมาก
พวกเขามีวิธีรวบรวมข่าวสารเป็นของตัวเอง
ในละครโทรทัศน์หลายเรื่องก็เคยมีฉากแบบนี้
บางคนพอได้ข่าวก็รีบวิ่งเข้าไปตะโกนบอกในโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยม
จากนั้นก็จะมีคนวิ่งพรวดพราดออกไปอย่างกับคนบ้า
คนเหล่านั้นทำไปเพื่อรีบไปแจ้งข่าวให้นายจ้างที่ตนรับใช้ฟัง
นายจ้างก็จะหยิบเงินให้เป็นรางวัลตามใจ ไม่ว่าข่าวนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม
แน่นอนว่าคนที่เข้าไปตะโกนบอกข่าวในโรงน้ำชาก็ได้ผลตอบแทนเช่นกัน
ทั้งจากนายจ้างและจากเถ้าแก่โรงน้ำชา
ต่อมาเมื่อบ้านเมืองวุ่นวาย นายจ้างที่เคยรับใช้ก็หายไปหมด พวกเขาจึงต้องกลับมาทำอาชีพนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ
อาศัยเส้นสายที่สั่งสมมานานหลายปี จึงอยู่รอดในวงการนี้ได้
อาชีพนี้สืบทอดกันจากพ่อสู่ลูก รุ่นแล้วรุ่นเล่า
ฉินเฟิงเดินไปตามถนนอยู่พักหนึ่ง ก่อนขึ้นรถลาก แล้วลงเมื่อใกล้ถึงตรอก
เขาเดินสำรวจตรอกซอกซอยแถวนั้นอยู่หลายแห่ง จากนั้นก็ไปเอาถุงเสบียงจากโกดัง แบกกลับบ้าน
ในตรอกมีคนชรานั่งตากแดดอยู่ด้านนอกไม่กี่คน พอเห็นเขากลับมาก็พากันมองด้วยความสงสัย
ฉินเฟิงเดินเข้าไปในลานบ้านรวม
“เสี่ยวฉินกลับมาแล้วหรือ”
“กลับมาแล้วครับ”
เขายิ้มทักทายเพื่อนบ้าน แล้วเดินกลับไปยังเรือนด้านหลัง
