หลังจากนั้น ฉินเฟิงก็รักษาจางตันให้ทุกวัน วันละครั้ง
เผลอแป๊บเดียว หนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไป
บนใบหน้าของจางตันเหลือเพียงรอยแดงขนาดเท่าเล็บมือ
ฉินเฟิงส่ายหน้า “ตอนนี้ยังเอาออกไม่ได้ แต่ดูแล้วก็สวยดีนะ”
จางตันมองตัวเองในกระจกอย่างมีความสุข “แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” พูดจบก็หันมามองชายตรงหน้า “คุณควรจะกินฉันได้แล้วหรือยัง?”
“โห ใจร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ”
จางตันเขินจนหน้าแดง โผเข้าซบอกเขาอย่างออดอ้อน “เปล่าสักหน่อย”
“ฮ่า ๆ~ คำขอแบบนี้ต้องจัดให้สิ”
ฉินเฟิงอุ้มเธอขึ้น เดินดุ่ม ๆ มุ่งหน้าไปยังห้อง
จางตันเขินอายจนยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดอก มองชายตรงหน้า “ยังดูไม่พออีกเหรอ”
ฉินเฟิงไม่คิดเลยว่าเธอจะเด็ดดวงขนาดนี้
เขาโน้มหน้าเข้าไปจูบเธอ
จางตันแหงนหน้าครางแผ่วเบา ร่างกายเอนแอ่นไปด้านหลังอย่างห้ามไม่อยู่
เสิ่นลี่หัวเช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงงานเหล็กกล้า
เหอเจียกับเฉียวหร่านตามเธอกลับไปช่วยย้ายของ
พอเห็นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายในห้อง ทั้งสองก็อดสงสารไม่ได้
“พี่ลี่หัว ห้องนี้เรียบง่ายเกินไปแล้วนะคะ”
เสิ่นลี่หัวคลี่ยิ้ม “ตอนนั้นก็ช่วยไม่ได้ มีที่ให้ซุกหัวนอนก็ดีใจมากแล้ว”
หนูยาดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ “แม่ รีบเอาของไปบ้านใหม่กันเถอะ”
“ได้จ้ะ”
ข้าวของของพวกเธอมีไม่มาก มีเพียงห่อผ้าเล็ก ๆ สองห่อ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
พอเก็บของเรียบร้อย เธอก็เห็นกล้องยาสูบหยกที่ห่ออยู่ในเสื้อผ้า จึงหยิบขึ้นมาเก็บอย่างระมัดระวัง
“เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ”
......
ฉินเฟิงจุดบุหรี่แล้วสูดควันเข้าปอดลึก ๆ
