ฉินเฟิงโบกมือ “ผมเป็นคนอยากกินเอง อย่างมากคุณก็แค่มากินเป็นเพื่อน จะให้คุณเลี้ยงได้ยังไง”
“คุณนี่ชายเป็นใหญ่จริง ๆ เลยนะ”
“แน่นอนสิ อยู่กับผม รับรองว่ามีกินมีใช้”
หูเวยยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ “งั้นสองสามวันนี้ฉันขอกินของคุณแล้วกัน จะได้ดูว่าจริงอย่างที่พูดไหม”
“ไม่มีปัญหา”
หูเวยจิบชาแล้วถามว่า “คุณแต่งงานหรือยัง”
ฉินเฟิงส่ายหน้า “ผมยังอายุไม่ถึง อีกอย่างสมัยนี้สนับสนุนให้แต่งงานช้า มีลูกช้า ต้องตอบสนองนโยบายของทางการสิ”
พอได้ยินว่าเขายังอายุไม่ถึง หูเวยก็อดรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ ทั้งคู่ห่างกันเกือบ 7 ปี จะมีโอกาสเป็นไปได้อย่างไรกัน
“งั้นก็ยังไม่ต้องรีบร้อนจริง ๆ ด้วย”
ฉินเฟิงมองเธอ “ว่าแต่ คุณครองตัวเป็นโสดมาตลอด หรือมีเหตุผลอะไรเหรอ”
“อืม พอกลับจากชนบทก็เข้าร่วมสำนักโบราณคดี ต้องออกไปข้างนอกอยู่บ่อย ๆ เลยไม่ค่อยคิดเรื่องนั้น”
“อย่างนี้นี่เอง งั้นคุณก็หาใครสักคนในสายงานเดียวกัน จะได้ทำงานด้วยกันไง”
“แก่แล้ว ไม่อยากคิดเรื่องพวกนั้นหรอก”
“คุณอายุเท่าไรกันถึงพูดว่าแก่ ตอนนี้เป็นวัยที่ผู้หญิงสวยที่สุดเลยนะ”
พอได้ยินคำชม หูเวยก็หน้าแดงระเรื่อ “พูดอะไรน่ะ ก็แค่รู้จักเอาใจฉันเท่านั้นแหละ”
ฉินเฟิงเอื้อมมือไปบีบแก้มเธอเบา ๆ “คุณออกไปทำงานข้างนอกบ่อยขนาดนั้น แต่ผิวยังดีได้แบบนี้ นับว่ามีพรสวรรค์จริง ๆ ต่อไปก็ออกไปข้างนอกให้น้อยลงเถอะ ไม่อย่างนั้นผิวอาจไม่ดีแบบนี้แล้วก็ได้”
หูเวยสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือของเขา มือทั้งสองข้างที่จับชายเสื้ออยู่ก็เกร็งขึ้น “คุณ...คุณไม่รังเกียจที่ฉันอายุมากกว่าหรือ”
