ฉินเฟิงพยักหน้า เขาเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี
ทำงานอยู่ในสายอุตสาหกรรมมาตั้งหลายปี จู่ ๆ ต้องไปดูแลงานในท้องถิ่น ใครเจอเข้าก็คงไม่มั่นใจทั้งนั้น
เขาสูบบุหรี่ไปคำหนึ่งแล้วพูดว่า “ที่นายกังวลก็มีเหตุผล อย่างไรเสียระบบงานก็ไม่เหมือนกัน เขาบอกหรือยังว่าจะให้ไปทำอะไรที่ไหน?”
ตู้หยุนเฟยจิบชา “ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกรมอุตสาหกรรมมณฑลเป่ย”
“โธ่ เรื่องแค่นี้จะคิดอะไรอีก งานตรงสายขนาดนี้ แถมยังได้ค่อย ๆ ทำความเข้าใจเรื่องในท้องถิ่น ต่อไปถ้าต้องย้ายไปที่อื่นก็จะไม่รู้สึกแปลกหน้าแล้ว”
ฉินเฟิงพูดจบก็ยิ้ม ก่อนกล่าวต่อว่า “ดูยังไงก็เป็นตำแหน่งชั่วคราว ให้เวลานายปรับตัว อย่าทำให้ความหวังดีของผู้นำต้องสูญเปล่าล่ะ”
ตู้หยุนเฟยมีสีหน้ากลุ้มใจ “อุตสาหกรรมทั้งมณฑลซับซ้อนกว่าโรงงานของเรามาก แถมฉันก็ไม่คุ้นกับทางมณฑลเป่ย นายคิดจะไปด้วยกันไหม?”
ได้ยินเช่นนี้ ฉินเฟิงก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายเรียกเขามาเพื่ออะไร
ที่แท้ก็อยากชวนเขาไปด้วยกันนี่เอง
เขาโบกมือ “ช่างเถอะ ฉันเตรียมลาออกตอนสิ้นปี หลังจากนั้นจะทำธุรกิจเล็ก ๆ ใช้ชีวิตสบาย ๆ”
ตู้หยุนเฟยชะงักไป “ลาออก?”
“ทำงานดี ๆ อยู่แท้ ๆ จะลาออกไปทำไม? ธุรกิจเล็ก ๆ น่ะทำกันง่ายนักหรือไง?”
เผชิญกับคำถามรวดเดียวสามข้อ ฉินเฟิงเพียงยิ้ม “ฉันเชื่อว่านโยบายในอนาคตจะเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยเตรียมปรับตัวล่วงหน้า”
ตู้หยุนเฟยมองเขาอย่างจนใจ “เฮ้อ นายอายุแค่นี้ก็มาได้ถึงขั้นนี้แล้ว ไม่รู้ว่ามีคนตั้งความหวังกับนายมากแค่ไหน จู่ ๆ มาลาออก น่าเสียดายจริง ๆ”
“ต่อไปฉันคงต้องวางตัวให้เงียบกว่านี้ บางเรื่องอธิบายยากจริง ๆ”
