ฉินเฟิงวางขาพาดโต๊ะทำงาน จุดบุหรี่สูบอย่างสบายอารมณ์
เหอเจียเดินเข้ามาในห้องทำงาน “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ครอบครัวของเฉินลี่กับสามีต่างก็มีงานทำกันหมด ทางเขตยกเลิกการจัดสรรงานให้เธอ แล้วโรงงานก็เพิ่งไล่เธอออก”
“ทางเขตก็เหมือนกัน ถ้าตรวจสอบให้ชัดตั้งแต่แรกก็คงไม่มีเรื่องแล้ว ทำให้กระอักกระอ่วนกันไปหมด”
“นั่นสิ”
ฉินเฟิงยิ้ม แต่ไม่ได้พูดความจริงออกไป
หวังหมิงใช้ไม้ค้ำเดินออกมาจากห้องตรวจ โดยมีหวังเฉียงพี่ชายคอยประคอง “โตขนาดนี้แล้ว ยังขี่จักรยานจนขาตัวเองเจ็บได้อีก นายมันไม่มีใครเหมือนจริง ๆ”
“อย่าพูดถึงเลย พอดีมีคนสองกลุ่มทะเลาะกัน ฉันหลบทีเดียวก็เลยเป็นแบบนี้แหละ”
หวังเฉียงหยิบบุหรี่ออกมา กำลังจะจุดก็ได้ยินเสียงร้องลั่นข้างหู เขาหันไปเห็นน้องชายเหยียบพลาด กลิ้งตกลงไปทันที
“อ๊าก!”
ผู้คนในโรงพยาบาลต่างพากันวิ่งออกมาดู
หวังเฉียงรีบพุ่งเข้าไปหา เห็นขาข้างที่บาดเจ็บของน้องชายติดอยู่ตรงราวบันได ส่วนเจ้าตัวหมดสติไปแล้ว
เมื่อเห็นขาที่หัก ทุกคนต่างส่ายหน้า
“โชคร้ายอะไรขนาดนี้”
“ขาแบบนี้คงพิการแล้ว ไม่รู้ต่อไปจะมีอาการแทรกซ้อนหรือเปล่า”
“หมอ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้รีบมาที!”
หวังเฉียงลนลาน ตะโกนเสียงดัง
เฉินลี่กลับถึงบ้าน ได้ยินเพื่อนบ้านในลานบ้านพูดว่าน้องชายของสามีบาดเจ็บและถูกส่งไปโรงพยาบาล จึงรีบวิ่งตามไป
เพิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลก็ได้ยินเสียงสามีร้องเรียก
พอวิ่งเข้าไปใกล้ เห็นสภาพน่าเวทนาของหวังหมิงก็ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ
......
ฉินเฟิงสังเกตเห็นว่าบนถนนและบริเวณใกล้ที่พักมีตำรวจนอกเครื่องแบบเพิ่มขึ้น พอกลับถึงบ้านก็ใช้วิชาแปลงเงาตามไปดู
