ผืนดินนี้ ดูเหมือนจะกลืนกินสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่สัมผัสมันได้
แค่เห็นกองกระดูกขาวโพลนฝังแน่นอยู่ใต้ดินเมื่อครู่นี้
ก็ไม่รู้ว่ามันกลืนกินคนและสัตว์ไปมากเท่าไรแล้ว
มีเพียงศพเด็กหญิงในเสื้อคลุมสีแดงนี้เท่านั้น ที่ถูกวางทิ้งไว้กลางแจ้งต่อหน้า ดึงดูดให้ผู้สัญจรผ่านไปมาหยุดดูและเข้าไปสำรวจ
——เหยื่อล่อนั่นเอง
ความคิดนี้ผุดขึ้นในสมองของฉือหลี
เส้นทางนี้เดินต่อไปไม่ได้แล้ว
แต่เธอก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้
ฉือหลีมองสำรวจอยู่ข้างๆ
บริเวณใกล้ๆ มีเพียงทางดินแคบๆ ที่ชื้นเฉอะแฉะเพียงทางเดียว ขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ต้นหญ้าสูงจนเลยข้อเท้า
เมื่อมาถึงที่แปลกใหม่ ส่วนใหญ่คนมักจะเลือกทางเรียบโล่งที่มองเห็นได้ไกล เพราะในพงหญ้าจะซ่อนอันตรายไว้ได้ง่ายกว่า
ฉือหลีสังเกตว่ารากของหญ้าผืนนี้แข็งแรงผิดธรรมดา
เธอหยิบกิ่งไม้อีกอันขึ้นมา แล้วขุดคุ้ยลงไปในผืนหญ้า ด้านล่างคือรากหญ้าที่พันกันยุ่งเหยิงจนกลายเป็นร่างแหแน่นหนา ปกคลุมพื้นดินที่สั่นไหว
เมื่อเห็นภาพดินเดือดพลุ่งพล่านราวกับคลื่นทะเลเมื่อครู่นี้ ฉือหลีลังเลอยู่นานถึงสองวินาทีก่อนจะกัดฟันก้าวเหยียบลงไป
ดินหลังฝนตกนั้นนิ่มนวล เมื่อรับรู้ถึงน้ำหนักก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
รากที่พันกันเป็นร่างแห ราวกับใบบัววิกตอเรียในโลกจริงที่สามารถพยุงน้ำหนักของผู้ใหญ่ได้หนึ่งคน ก็ประคองให้ฉือหลียืนอยู่ได้อย่างมั่นคง
ฉือหลีเดินบนผืนหญ้า พลางใช้กิ่งไม้แหวกหญ้าเพื่อตรวจดูรากข้างล่างว่าเน่าเสียเพราะถูกน้ำฝนแช่หรือไม่
"ตาข่ายนิรภัย" ที่ชำรุด จะรับน้ำหนักของเธอไว้ไม่ได้
