หลี่เป่าจวินยิ่งฟังจางหรงอิงพูดก็ยิ่งหงุดหงิด
“ผมไม่ได้ไปอ้อนวอนเธอสักหน่อย เธอต่างหากที่เป็นฝ่ายเข้าหาผมเอง บอกว่าอยากแต่งงานกับผม พอแต่งแล้วกลับมารังเกียจผม”
จางหรงอิงเหลือบมองหลี่เป่าจวิน ก่อนหันไปบอกลูกสาวทั้งสองคนว่า “เป่าฝ่ง เป่าซี ฟังไว้ให้ดีนะ ต่อไปอย่าทำตัวเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาผู้ชายก่อนเด็ดขาด เขาไม่ซาบซึ้งหรอก มีแต่จะคิดว่าเราไร้ค่า”
หลี่เป่าจวินพูดไม่ออก “แม่ ตกลงใครกันแน่ที่แม่คลอดมา?”
จางหรงอิงว่า “ฉันก็อยากให้พวกแกไม่ใช่ลูกที่ฉันคลอดมาน่ะสิ อุ้มท้องก็ลำบาก เลี้ยงดูก็ลำบาก เลี้ยงจนโตยังลำบาก ป่านนี้แล้วยังต้องมาคอยกังวลเรื่องไร้สาระของพวกแกอีก ถ้าไม่มีพวกแก ตอนนี้ฉันคงใช้ชีวิตสบายจะตาย”
เห็นลูกชายทำหน้าบึ้ง นั่งอัดอั้นอยู่เงียบ ๆ จางหรงอิงก็พูดต่อ “เอาละ พวกแกพี่น้องลองบอกมาสิ ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงไปทำไม?”
หลี่เป่ากั๋วถูกถาม จึงตอบเสียงเบา “แต่งไปทำไมเหรอ? ก็เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูล พอมีลูกแล้วจะได้เลี้ยงดูผมตอนแก่”
หลี่เป่าจวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง “ก็ต้องแต่งเพื่อให้มีคนคอยดูแลสิ กลับบ้านมาก็มีข้าวร้อน ๆ กิน มีคนซักผ้า ทำกับข้าว ทำความสะอาด”
หลี่เป่าห่ายที่ช่วงนี้คิดแต่เรื่องลามก ยิ้มแฉ่งอย่างเขิน ๆ “จะแต่งไปทำไมอีก ก็เพื่อมีเมียให้นอนกอดไง”