จางหรงอิงด่ากราดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินหนีไปเอง ไม่สนเลยว่าทางบ้านจะเป็นอย่างไร
เธอคิดได้แล้วว่า คนเราชาตินี้ต้องเห็นแก่ตัวขึ้นบ้าง ถ้าไม่พอใจก็ต้องระบายออกมา ชาติก่อนเธอมีชีวิตที่ทุกข์ระทมขนาดนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอเป็นคนอารมณ์ดีเหมือนวัวแก่ที่ยอมทุ่มเทให้คนอื่นเสมอ
คำโบราณว่าไว้ ไม้เรียวสร้างลูกกตัญญู ตอนลูก ๆ ยังเล็ก เธอไม่ได้ทิ้งเงามืดไว้ในวัยเด็กของพวกเขา สุดท้ายจึงไม่มีอำนาจอะไรต่อหน้าลูกเลย
ตอนนี้ลูก ๆ โตจนเป็นแบบนี้แล้ว จะเปลี่ยนก็เป็นไปไม่ได้ เธอเองก็อายุ 50 แล้ว ไม่มีเวลามานั่งเปลี่ยนใครอีก
เธอไม่เชื่อด้วยว่าพวกอกตัญญูในชาติก่อนจะกลายเป็นลูกกตัญญูขึ้นมาเพียงเพราะเธอรักและกล่อมเกลาพวกเขา พึ่งคนอื่นสู้พึ่งตัวเองไม่ได้
ในเมื่อวัยเด็กของลูก ๆ ไม่มีเงามืดทิ้งไว้ งั้นก็ทิ้งฝันร้ายไว้ให้พวกเขาตอนโตแทนแล้วกัน
อย่างไรแก่ตัวไปเธอก็อาจไม่ได้มีจุดจบที่ดีนัก งั้นตอนที่ยังสาวอยู่ก็ใช้ชีวิตดี ๆ สักสองสามปี เธอเลี้ยงลูกมามากมายขนาดนี้ ถึงเวลาที่เธอจะได้เสวยสุขบ้างแล้ว
ชาติก่อนพวกเขาสูบเลือดเธอไปทั้งชีวิต ชาตินี้เธอจะสูบคืนบ้าง
อะไร ๆ ก็สู้เงินไม่ได้ มีเงินแล้วเธอยังจะต้องการลูกหลานไปทำไม คนที่เต็มใจมาเป็นลูกเป็นหลานเธอมีถมไป
“เป็นยังไงบ้าง? เป่าฉีฟื้นหรือยัง?”
จางหรงอิงผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป แล้วถามเฉินเหวินปิงเสียงเบา
เฉินเหวินปิงกำลังค้นหาของในกระสอบบนพื้น พอเงยหน้าขึ้นก็ร้องเรียก “แม่”
หลินหม่านอวี้ แม่ของลูกสะใภ้ กำลังอุ้มเด็กป้อนน้ำด้วยช้อนเล็ก พอเห็นจางหรงอิงเข้ามา ก็ฝืนยิ้มทักทาย “คุณยายของอาหยวนมาแล้วหรือ?”