ฟังคำพูดของจางหรงอิงแล้วมองสีหน้าช่างอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนบ้านรอบ ๆ หลี่เป่ากั๋วก็รู้สึกหนังศีรษะชา
เขายังไม่ทันพูดอะไร จางหรงอิงก็พูดต่อว่า “ถ้าแกยักยอกทรัพย์สินส่วนรวม ฉันก็อย่าหาว่าฉันไม่เห็นแก่สายเลือดเลย ถ้าเมียแกแอบคบชู้ ก็อย่าหาว่าตระกูลหลี่ไม่อาจรับเธอไว้ได้ ถ้าแกคิดคดอกตัญญู วางแผนเล่นงานคนในครอบครัวอย่างเลือดเย็น ก็อย่าหาว่าฉันจะไม่คิดบัญชีต่อหน้าทุกคน ว่าตั้งแต่เด็กจนโต แกกินอยู่ เรียนหนังสือ แต่งเมีย หางานให้เมีย รวมถึงเลี้ยงเมียเลี้ยงลูก ใช้เงินไปเท่าไหร่บ้าง”
พอได้ยินเช่นนั้น ไม่เพียงแต่หลี่เป่ากั๋ว แม้แต่ถังหงเหมยก็ยังตะลึง
ข้อหายักยอกทรัพย์สินจะยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นต้องเข้าโรงพัก เผลอ ๆ อาจถึงขั้นถูกยิงเป้า
ส่วนข้อหาแอบคบชู้ก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นถังหงเหมยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
จากคำพูดของจางหรงอิง ถ้าพวกเขายอมรับว่าเงินที่เก็บไว้เป็นของตัวเอง ก็เท่ากับพิสูจน์ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวห้าคนเอาเปรียบที่บ้านมาตลอด และต้องคิดค่าใช้จ่ายเหล่านั้นให้ชัดเจน