หลังชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนบริเวณลอนดอนอายเสร็จ ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันไป
ฉินอวี้เหวินพาหลี่หน่ากลับโรงแรม ส่วนลั่วเหย่ยังอยากเดินเล่นบนถนนกับรุ่นพี่นางฟ้าอีกสักพัก
ส่วนหลีเซี่ยต้องกลับหอพัก แต่เพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ จึงต้องมีคนไปเป็นเพื่อน
คนที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวอย่างกู้หมิงเซวียนจึงกลายเป็นตัวเลือกนั้น
เขาขับรถเก๋งสีดำของตัวเอง พาหลีเซี่ยมุ่งหน้าไปยังคณะแพทยศาสตร์
ระหว่างทาง ทั้งสองต่างเงียบงัน
ปกติกู้หมิงเซวียนไม่ค่อยเป็นฝ่ายชวนผู้หญิงคุย ส่วนหลีเซี่ยก็มีเรื่องให้กังวลอยู่ในใจ สีหน้าจึงดูเงียบขรึม
แค่คิดว่าอีกสองสามปีข้างหน้าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เธอก็รู้สึกดีใจไม่ออกแล้ว
จู่ ๆ รถก็หยุดลง ดูเหมือนถนนเส้นนี้จะรถติด
รถคันหน้าจอดนิ่งไม่ขยับ ทำให้รถที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังเคลื่อนไปไม่ได้
กู้หมิงเซวียนขมวดคิ้วมองไป ก่อนจะพบว่ามีคนไม่น้อยล้อมอยู่รอบรถคันแรก คล้ายกำลังพูดคุยเรื่องอะไรกันอยู่
“รออยู่บนรถนะ”
เขาลงจากรถ เดินเข้าไปในกลุ่มคน แล้วสุ่มถามใครสักคนว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
“คนขับรถคันนี้นั่งนิ่งอยู่ตรงเบาะคนขับ น่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น แต่พวกเราเปิดประตูรถไม่ได้”
พอได้ยินดังนั้น กู้หมิงเซวียนก็ไม่ลังเล หันกลับไปที่รถของตัวเอง หยิบค้อนทุบกระจกออกมา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” หลีเซี่ยถาม
“คนขับหมดสติ”
เขาถือค้อนทุบกระจกเดินไปที่รถคันแรก แล้วทุบกระจกหน้าต่างจนแตกทันที
