เมื่อซุปหอยกาบหม้อหนึ่งถูกตั้งเคี่ยวจนเดือด หยุนเนี่ยนก็จ้องหม้อเหล็กที่มีฟองปุด ๆ
บางทีอาจเป็นเพราะร่างนี้เป็นหญิงสาวเผ่าเสือดำ นางจึงชื่นชอบอาหารทะเลขึ้นมาจริง ๆ
จู่ ๆ นางก็นึกได้ว่าซุปหม้อนี้ส่วนใหญ่เป็นฝีมือตนเอง จึงเหลือบมองหวยซีอย่างเศร้าสร้อย
“หวยซี หากเจ้ายังอยากใช้ชีวิตช่วงฮันนีมูนบนเกาะร้างกับข้าต่อไป เจ้าก็ต้องตั้งใจเรียนทำอาหาร”
“บนโลกนี้ไม่มีเหตุผลที่หญิงสาวต้องปรนนิบัติตัวผู้ หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ ต่อไปเมื่อข้ามีลูกน้อยแล้วจะทำอย่างไร หรือจะให้ข้าลำบากทำอาหารเองแบบนี้อีกหรือ?”
หยุนเนี่ยนพยายามปลุกมโนธรรมและความรับผิดชอบในฐานะตัวผู้ของหวยซี ทว่าเขากลับเปลี่ยนประเด็นเสียอย่างนั้น
“เนี่ยนเนี่ยน ข้าทำอาหารบนบกไม่เป็นนี่นา ส่วนเรื่องที่เจ้าจะตั้งท้องลูกน้อยในอนาคต...”
หวยซีทำท่าว่าง่าย หวังจะเอาตัวรอดไปก่อน
“หึ ๆ เช่นนั้นก็ให้ตัวผู้เผ่านางเงือกคนอื่นมาปรนนิบัติเจ้าสิ นับเป็นเกียรติของพวกเขา ข้าเชื่อว่าพวกเขาคงยินดีอย่างยิ่ง”
หวยซีไม่ใส่ใจนัก
หางตาหยุนเนี่ยนกระตุก แม้คำพูดของเขาจะฟังดูไม่มีปัญหา ตัวผู้เงือกพวกนั้นก็คงเต็มใจจริง ๆ แต่เมื่อคิดดูแล้วมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
“เจ้าเป็นคนพูดเองว่าไม่ยอมปรนนิบัติหญิงสาวที่ตั้งท้องลูกของตัวผู้คนอื่น แล้วเหตุใดตัวผู้คนอื่นต้องมาปรนนิบัติลูกของเจ้าเล่า? เป็นปลาอย่าลำเอียงเกินไปนัก!”
“แล้วอย่างไรหรือ? ข้าเป็นราชันสัตว์แห่งเผ่านางเงือก ย่อมได้รับการปรนนิบัติในระดับสูงสุดของเผ่าอยู่แล้ว”
หวยซียังคงทำท่าไม่รับฟังสิ่งใด
“หากเจ้าทำเช่นนี้ ข้าก็จะไม่ชอบเจ้า”
หยุนเนี่ยนถอนหายใจอีกครั้ง แววตาเจือความผิดหวังอยู่หลายส่วน
หัวใจหวยซีพลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับความหวาดหวั่นประดังเข้ามา ราวกับสิ่งสำคัญบางอย่างกำลังจะสูญหายไป
สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือยื่นมือออกไป พยายามคว้าสิ่งที่กำลังจะเลือนหาย
สีหน้าหวยซีปราศจากความเกียจคร้านและความขี้เล่น เหลือเพียงความจริงจังหลายส่วน
เขารีบเอ่ยว่า “อย่าสิ เช่นนั้นเจ้าต้องทำอย่างไรถึงจะชอบข้า?”
“เจ้าเรียนทำอาหาร” หยุนเนี่ยนยืนกราน
“ก็ได้”
