เวลาสิบวันผ่านไปแทบชั่วพริบตา หวยซีก็ทำตามสัญญา ฟื้นฟูฤดูหนาวให้กลับมาเป็นปกติ
หยุนเนี่ยนเดินมุ่งหน้าไปยังชายฝั่ง ท่ามกลางสามีสัตว์ที่รายล้อม นางคลุมกายด้วยเสื้อขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ ตั้งใจจะไปพบหวยซีในทะเลลึก
องครักษ์ผลักบานประตูนครสัตว์ราชันออก ลมพายุหิมะนอกเมืองดูเหมือนจะหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ป่าไม้เขียวครึ้มเหลือเพียงกิ่งก้านสีน้ำตาลแห้งกรัง ทั่วทั้งขุนเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน
“ไม่มีฤดูใบไม้ร่วงหรือ?”
หยุนเนี่ยนพ่นลมหายใจออกมา ไออุ่นกลายเป็นน้ำค้างแข็ง แปรเปลี่ยนเป็นหมอกสีขาว
ก่อนข้ามมิติมา นางเป็นคนภาคใต้ จึงยังไม่ค่อยคุ้นชินนัก
ใคร ๆ ก็กล่าวว่าฤดูใบไม้ร่วงเก็บเกี่ยว ฤดูหนาวเก็บสะสม แต่เมื่อคิดดูให้ดี โลกสัตว์อสูรดูจะไม่เหมือนที่อื่นอยู่บ้าง
แม้แต่ในฤดูร้อน บนกิ่งไม้ก็ยังมีผลไม้สีส้มเหลืองห้อยระย้า ดกเต็มต้น
พวกหยุนเนี่ยนมาถึงชายหาด ทรายยังคงขาวละเอียด ทว่าผิวน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งกลับจับตัวเป็นน้ำแข็งไปนานแล้ว
“เขามาแล้ว”
เจาจากเอ่ยเสียงเรียบเฉย
มุกเงือกในกายหยุนเนี่ยนซึ่งไม่เคยแสดงตัวตนมาก่อน พลันปั่นป่วนขึ้นอย่างยิ่ง
มันถึงกับแผ่ความร้อนบางเบาอยู่ในท้องน้อยของนาง ราวกับปรารถนาจะกลับคืนสู่ร่างเจ้าของอีกครั้ง
กระแสน้ำวนปั่นป่วนจากก้นทะเลลึก เจ้าของมุกเงือกกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยความเร็วสูง
“กร๊อบ!”
ผืนน้ำแข็งหนาทึบปรากฏรอยร้าว เพียงชั่วพริบตา เสียงน้ำแข็งแตกดังกรังขึ้น น้ำกระเซ็นกระจายไปทั่ว
ชายหนุ่มเงือกผมยาวสีเงินอมฟ้าสวมมงกุฎเงินงดงาม บนมงกุฎประดับอัญมณีสีม่วงเข้มเม็ดใหญ่เป็นอัญมณีหลัก หรูหราจนเกินบรรยาย
เขาโผล่ร่างขึ้นจากผิวน้ำครึ่งท่อน ตั้งแต่เอวลงไปแช่อยู่ในน้ำทะเลเย็นเฉียบ
หวยซีเอนกายพิงชายฝั่ง ผ้าโปร่งเนื้อละเอียดสีขาวไล่เฉดฟ้าบนร่างงดงามจนแทบตาพร่า วูบไหวเผยให้เห็นเป็นระยะ ทั้งยังปกปิดส่วนสำคัญได้พอดิบพอดี ชวนให้จินตนาการเตลิด
ราชันสัตว์เงือกผู้มีไหล่กว้างเอวสอบ ผิวขาวเย็น เพียงท่อนบนก็เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนอย่างเหลือล้น
หยดน้ำไหลลงตามท่อนแขนเรียวยาวได้รูปและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะหยดกลับลงสู่ทะเลเบื้องล่าง
