หยุนเนี่ยนยังตัดสินใจว่าจะยังไม่พูดเรื่องนี้ก่อน อย่างไรเสียพอเขามาถึงเมืองชั้นในก็จะรู้เอง
หยุนเนี่ยนมาถึงประตูเมืองชั้นใน
เหล่าทหารยามเห็นนางเข้าออกทุกวันจนจำได้ขึ้นใจ ไม่จำเป็นต้องให้นางแสดงป้ายประจำตัวอีกแล้ว
ไป๋ซีเห็นกับตาว่าหลังจากทหารยามเหล่านั้นเห็นหญิงสาวของตน ท่าทีพลันเปลี่ยนเป็นนอบน้อม พวกเขาหลีกทางให้แต่โดยดี ทั้งยังช่วยเปิดประตูให้อีกด้วย
“เนี่ยนเนี่ยน?”
เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หยุนเนี่ยนส่งสายตาให้เขาวางใจ “บ้านของพวกเราอยู่ในเมืองชั้นใน”
หัวใจไป๋ซีสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เมืองชั้นในหรือ? เช่นนั้นบ้านย่อมดีกว่าบ้านในเมืองชั้นนอกเสียอีก!
เนี่ยนเนี่ยนไปเอาผลึกสีเขียวมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน?
หรือจะได้มาจากการขายเครื่องปั้นดินเผา แต่นางแบกดินเหนียวมากมายเข้ามาคนเดียวได้อย่างไร?
ไป๋ซีคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ ท้ายที่สุดจึงเลิกคิดเสียเลย
ทหารยามหลายคนที่อยู่ด้านหลังพากันซุบซิบ
“นี่คือสามีสัตว์ของหยุนเนี่ยนหรือ?”
“เมื่อเทียบกับตัวผู้แล้ว เขาผอมเพรียวและงดงามเย้ายวนเกินไปหรือเปล่า?”
“โชคดีจริง ๆ ได้ยินว่าหยุนเนี่ยนเป็นทั้งหมอผีประจำเผ่าและหญิงสาวคุณภาพสูง แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับท่านเจ้าเมืองอีกด้วย...”
เจ้าเมือง
ไป๋ซีจดจำคำสำคัญสองคำนี้เงียบ ๆ
ไป๋ซีเดินตามหยุนเนี่ยนมา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หน้าลานบ้านหลังใหญ่ที่สุดอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ในลานมีต้นอู๋ถงอยู่ต้นหนึ่ง หน้าประตูสะอาดไร้ฝุ่น ไม่มีแม้แต่ใบไม้ร่วงสักใบ
ในลานยังมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ดูงดงามเรียบง่าย มองแล้วให้ความรู้สึกสงบสุขราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง
ไป๋ซียังไม่ทันได้ถามอะไร เด็กหนุ่มตัวผู้ผมแดงผู้มีหูจิ้งจอกแหลมยาวงอกอยู่บนศีรษะก็ตรงเข้ามาหา
“นายหญิง! ในที่สุดท่านก็กลับบ้านแล้ว~”
นายหญิง?
แววตาไป๋ซีมืดครึ้ม ใบหน้างดงามไร้ที่ติปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย อารมณ์มืดมนทะลักออกมาจากรอยร้าวนั้นไม่หยุดหย่อน
ช่วงนี้เฟิงหนิงได้รับการดูแลบาดแผลอย่างพิถีพิถันจากหยุนเนี่ยนทุกวัน
รอยแผลเป็นจากคมดาบบนใบหน้าของเขาหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย ใบหน้ากลับมาเกลี้ยงเกลาผุดผ่องดังเดิม
