อินทรีขนขาวนึกเสียใจอยู่ในใจ เมื่อครู่นี้เขาจะเสแสร้งเป็นอินทรีขนขาวธรรมดาไปทำไมกัน?
คราวนี้แย่แล้ว
หากไม่คืนร่างเดิม เขาก็ทำได้เพียงปล่อยให้หญิงสาวแห่งพื้นพิภพผู้นี้ลูบคลำตามใจชอบ
แต่เขากลับเป็นฝ่ายเสนอตัวให้นางลูบเองแท้ ๆ เหตุใดเขาถึงได้ทำตัวไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้? นี่ไม่ต่างอะไรกับยื่นของให้ถึงมือเลยมิใช่หรือ?
หยุนเนี่ยนอาศัยจังหวะช่วยจัดขนให้เขา แววเจ้าเล่ห์วูบผ่านดวงตา มือออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแล้วดึงขนเส้นเล็กเส้นหนึ่งออกมา
หยุนเนี่ยนแสร้งทำเป็นตกใจ “อุ๊ย เหตุใดขนถึงร่วงเสียแล้วล่ะ?”
นางหนีบขนเส้นนั้นไว้ระหว่างนิ้ว พลางเล่นไปมา ราวกับกำลังชื่นชมงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
“อืม ไม่เลว เช่นนั้นข้าขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้วกัน~”
กล่าวจบ หยุนเนี่ยนก็ยัดขนเส้นนั้นลงในกระเป๋าที่เย็บติดกับกระโปรงหนังสัตว์ นางไม่เปิดโอกาสให้อวี่เชียนอีได้โต้ตอบแม้แต่น้อย
อวี่เชียนอีตะลึงงัน
หญิงสาวแห่งพื้นพิภพผู้นี้จะเอาขนของเขาไปได้อย่างไรกัน?!
ของเช่นขนต้องมอบให้คู่ครองเท่านั้น!
คราวนี้แย่แล้ว ความบริสุทธิ์ของเขาป่นปี้หมดสิ้น!
อินทรีขนขาวเดือดดาล มันแหงนหน้าร้องก้องฟ้า กางปีกขนมหึมาคู่นั้นออกฉับพลัน ก่อนจะกระพือไม่หยุดจนเกิดคมวายุขึ้นมา เพื่อแสดงความไม่พอใจ
หยุนเนี่ยนแสร้งทำเป็นงุนงง นางมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เป็นอะไรไป? เจ้าเป็นแค่อินทรีขนขาวธรรมดา ไม่ใช่ตัวผู้เผ่าขนนก แค่ขนเส้นเดียว เหตุใดต้องถือสาด้วย?”
ในที่สุดอวี่เชียนอีก็ทนไม่ไหว แปลงกายเป็นมนุษย์
เรือนผมสีเงินขาวของตัวผู้ทอดยาวถึงเอว พลิ้วไหวทั้งที่ไร้สายลม
ดวงตาสีทองของเขาสุกใสลุ่มลึก ราวกับหลอมแสงอัสดงสีทองไว้ภายใน คิ้วตาไร้ที่ติ รูปโฉมหล่อเหลาจนแทบไม่เหมือนคนจริง อีกทั้งยังแผ่กลิ่นอายเทพผู้ทอดสายตามองสรรพชีวิตจากเบื้องสูง
