หยุนเนี่ยนยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างกำยำของไป๋ซีไว้ ห้ามปรามการกระทำที่กำลังจะรุกล้ำยิ่งกว่าเดิมของเขา
“มีคนมาแล้ว”
ไป๋ซีดูเหมือนจะยังไม่พอใจ เขาคว้ามือที่หยุนเนี่ยนดันอกตนไว้มากุม ประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันแน่น
แม้น้ำเสียงเกียจคร้านของเขาจะฟังดูสบาย ๆ แต่ก็แฝงความรำคาญผู้มาเยือนไว้หลายส่วน
“ข้าอยากรู้นักว่าใครไม่กลัวตาย ถึงได้มาขัดจังหวะช่วงเวลาใกล้ชิดของข้ากับเนี่ยนเนี่ยน...”
หลังจากหยุนเนี่ยนกับไป๋ซีจัดแจงเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เดินออกมาจากถ้ำพร้อมกัน
สีหน้ามั่วหลิงมืดครึ้ม เขาจ้องสัตว์ตัวผู้ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวอยู่ข้างกายหยุนเนี่ยนเขม็ง สายตากวาดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า
อีกฝ่ายเหมือนกับข่าวลือทุกประการ ทั้งผมขาว ทั้งสวมหนังสัตว์สีขาว...
เป็นไอ้ชั่วที่แย่งภรรยาคนอื่นไปจริง ๆ ด้วย!
หลีเหยาเหยามองไป๋ซีเพียงแวบเดียว สายตาก็จับจ้องไปที่แขนซ้ายของเขา
ตัวผู้ผมยาวสีเงินขาวรูปงามผู้นี้ มีลายสัตว์ยักษ์สีเงินขาวหกเส้นเรียงกันอย่างเป็นระเบียบบนแขนซ้าย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาเป็นสัตว์ยักษ์หกเส้นลาย
หลีเหยาเหยาลอบถอนใจในใจ
ไม่เพียงแข็งแกร่ง แต่รูปลักษณ์ยังหล่อเหลาดุจเซียนลงมาจุติ ไม่ใช่พวกตัวผู้หยาบกระด้างในเผ่าเสือดำจะเทียบได้เลย
หลีเหยาเหยาอิจฉาจนน้ำลายแทบไหล สายตายังเผยความริษยาที่ซ่อนไว้หลายส่วน
หยุนเนี่ยนเป็นเพียงนางอสูรด้อยค่าที่ผอมแห้งและอัปลักษณ์ เหตุใดถึงได้โชคดีเช่นนี้?
นางถูกตัวผู้ทอดทิ้งแล้ว นางอสูรด้อยค่าที่ไร้ตัวผู้คอยปกป้องเช่นนี้ ก็ควรไปตายเสียให้พ้น ๆ...
ตัวผู้ชั้นยอดทั้งโลกควรจะวนเวียนอยู่รอบตัวหลีเหยาเหยาของนางเท่านั้น! พวกเขาควรเป็นสามีสัตว์ของนางทั้งหมด!
ความคิดชั่วร้ายในใจหลีเหยาเหยาพรั่งพรูออกมา นางแสร้งทำเป็นประหลาดใจแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“หยุนเนี่ยน ที่แท้เจ้าก็มีตัวผู้คนอื่นอีกคนจริง ๆ ด้วย แถมยังเป็นสัตว์ยักษ์หกเส้นลาย!”
จากนั้นนางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตำหนิทันที
