ผู้แทนเทพจู้ชี่กล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าขอเตือนเจ้า ข้าเป็นตัวผู้ที่มีหญิงสาวแล้ว อย่า...มาทำอะไรข้าสุ่มสี่สุ่มห้า”
หยุนเนี่ยนอดอุทานด้วยความตกใจไม่ได้ “หา?! เจ้ามีหญิงสาวแล้วหรือ?”
ข่าวสำคัญเช่นนี้ เหตุใดหยุนเจียถึงไม่บอกนางกัน?
หยุนเนี่ยนไม่ใช่โจโฉเสียหน่อย นางไม่ได้ชอบสามีของคนอื่น!
เดี๋ยวก่อน หยุนเจียเคยพูดกับนางไว้นี่นา!
ผู้แทนเทพจู้ชี่ส่วนใหญ่เป็นตัวผู้หน้าตาอัปลักษณ์ หรือไม่ก็ถูกหญิงสาวทอดทิ้ง จึงได้เป็นผู้แทนเทพ
มีเพียงเช่นนี้ พวกเขาจึงจะไม่หวั่นไหวเพราะหญิงสาวได้ง่าย ๆ
ผู้แทนเทพจู้ชี่เคยมีหญิงสาวมาก่อน มนุษย์สัตว์เก้าลายถึงกับไม่มีใครต้องการเชียวหรือ? นับเป็นเรื่องแปลกจริง ๆ...
หยุนเนี่ยนลองถามหยั่งเชิง “แล้วหญิงสาวของเจ้าเล่า? อยู่ในนครราชันทรายด้วยหรือไม่?”
“ไม่รู้” ผู้แทนเทพจู้ชี่ส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า
“หา?”
ในหัวหยุนเนี่ยนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เมียตัวเองหายไปไหน เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ?
ผู้แทนเทพจู้ชี่เสริมอีกประโยค “จำชื่อของนางไม่ได้ จำหน้าตาไม่ได้ หาไม่พบ”
เอาเถิด ถึงขั้นลืมได้ว่าหญิงสาวของตัวเองเป็นใคร มิน่าเล่าถึงถูกนางทอดทิ้ง
แต่เพื่อไม่ให้บทสนทนาจบลงตรงนี้ หยุนเนี่ยนจึงจำต้องวกกลับเข้าเรื่อง
“นั่นก็ลำบากไม่น้อย...เจ้าไม่เคยคิดออกไปตามหานางบ้างหรือ?”
ในใจผู้แทนเทพจู้ชี่พลันรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “ในจิตใต้สำนึกคล้ายจะรู้สึกว่านางมีคู่ครองมากมายแล้ว ไม่ต้องการข้าอีก”
หยุนเนี่ยน: ?
ผู้แทนเทพจู้ชี่พลันกลับมาระวังตัวอีกครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้รับใช้เทพสัตว์อสูรด้วยใจจริง”
หยุนเนี่ยนแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทันที “อะไรนะ? อย่าพูดเหลวไหลสิ ข้าซื่อสัตย์ต่อท่านเทพสัตว์อสูรอย่างยิ่ง! ดูสิว่าหลายวันนี้ข้าล่าสัตว์ลำบากเพียงใด!”
ผู้แทนเทพจู้ชี่หัวเราะเยาะ “ที่จริงเจ้าอยากออกจากนครราชันทรายใช่หรือไม่? ข้าขอเตือนว่าอย่าได้คิดเลย มีเพียงผู้แทนเทพเท่านั้นที่มีโอกาสออกจากนครราชันทรายได้อย่างอิสระ”
“ต่อให้เจ้าเลื่อนขั้นเป็นนักบวช ก็ทำได้เพียงเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้เคียงเท่านั้น”
“อีกอย่าง อย่าคิดจะตลบหลังข้า ข้าไม่มีทางช่วยเจ้าเด็ดขาด”
