“เช่นนั้นเขาขึ้นฝั่งมาตามหาคู่ครองก็สิ้นเรื่องมิใช่หรือ?”
หยุนเนี่ยนคิดอย่างเรียบง่าย ในเมื่อเงือกตัวผู้ตนอื่นขึ้นฝั่งได้ แล้วเหตุใดราชาเงือกจะทำไม่ได้?
เจาจากแค่นเสียงเบา ๆ แววตาเจือความเย้ยหยันอยู่หลายส่วน
“เขาทำไม่ได้”
“เมื่อเลื่อนขั้นเป็นราชันสัตว์แล้ว ราชันสัตว์จากแต่ละฟ้าดินจะผูกพันกับฟ้าดินแห่งนั้น ต่อให้ข้าลงไปใต้ทะเลก็ยังถูกกดพลังจนไม่อาจสำแดงกำลังได้ถึงครึ่งหนึ่ง”
“เขาเองก็หวาดระแวงการมีอยู่ของข้า เพราะนับแต่มีราชันสัตว์ผู้กลืนกินปรากฏขึ้นในยุคบรรพกาล...”
“ราชันสัตว์ทั้งหลายต่างก็ระแวดระวังกันเอง กลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายสังหารเพื่อนำไปเพิ่มพูนพลัง”
เจาจากเล่าเรื่องราวของราชันสัตว์ผู้กลืนกินให้หยุนเนี่ยนฟังคร่าว ๆ นางฟังแล้วครุ่นคิด ก่อนพยักหน้า
“เช่นนั้นเขาย่อมไม่มีทางขึ้นฝั่ง ราชาแห่งท้องทะเลไม่อยากตกเป็นปลาบนเขียงให้ใครเชือดตามใจชอบหรอก เขาคงได้แต่ก่อเรื่องงอแงอยู่ในน้ำ”
หยุนเนี่ยนพลันเข้าใจขึ้นมา
มิน่าเล่า ก่อนหน้านี้เจาจากจึงกล้าบุกเกาะลอยหมอก ที่แท้เป็นเพราะมรดกสืบทอดของเกาะลอยหมอกขาดช่วง ไม่มีราชันสัตว์ถือกำเนิดขึ้น ตำแหน่งราชันสัตว์ผู้ครองนภาจึงว่างลง
มิฉะนั้นเขาก็คงถูกกดพลังเช่นกัน
แต่เมื่อหงส์เทพตัวน้อยของนางเติบใหญ่ ก็น่าจะขึ้นแทนตำแหน่งราชันสัตว์แห่งนภาได้
ส่วนสุ่ยซุ่ยกับมังกรเขียวตัวน้อย นางก็ไม่แน่ใจว่าใครจะได้เป็นราชันสัตว์แห่งปฐพี
นางกับเจาจากก็ยังไม่มีลูกน้อยด้วยซ้ำ
ถึงตอนนั้นเกรงว่าทวีปโลกสัตว์อสูรคงไม่พอให้พวกเขาแบ่งกันเสียแล้ว...
หยุนเนี่ยนพลันสนใจขึ้นมา จึงอดถามต่อไม่ได้
“ตำแหน่งราชันสัตว์มีแค่สามตำแหน่งเท่านั้นหรือ?”
เจาจากส่ายหน้าช้า ๆ
“ก็ไม่แน่เสมอไป ในอดีตเคยมีราชันสัตว์ปรากฏขึ้นพร้อมกันนับสิบ ทว่าพลังแห่งฟ้าดินค่อย ๆ เบาบางลง อีกทั้งยังมีราชันสัตว์ผู้กลืนกินถือกำเนิดขึ้น จึงไม่อาจรองรับราชันสัตว์จำนวนมากมายเช่นนั้นได้อีก สถานการณ์ในภายหน้าอาจเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้”
แววตาของเจาจากพลันเย็นเยียบ เขาทอดมองไปยังจุดหนึ่งทางทิศตะวันตก
“แต่ข้ามั่นใจว่าในนครราชันทรายยังมีราชันสัตว์อยู่อีกตน”
