“ได้สิ”
หยุนเนี่ยนไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย นางจึงลงมืออย่างคล่องแคล่ว ตักใส่ชามให้เขาชามหนึ่ง
เรื่องคราวก่อนเป็นเพียงเพราะอาตั่วยุแยงเท่านั้น
หยุนเนี่ยนยื่นน้ำหวานให้ จินอู่รับไว้ด้วยสองมือ รู้สึกประหลาดใจจนทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
“ขอบคุณ”
หญิงสาวผู้นี้เป็นใครกันแน่ ถึงทำให้ท่านจินอู่สุภาพด้วยถึงเพียงนี้?
เหล่าสัตว์อสูรที่มุงดูต่างฮือฮากันขึ้นมา
เดิมทีจินอู่ก็กระหายน้ำอยู่บ้าง พอรับน้ำหวานมาแล้วก็ยกดื่มรวดเดียว รสหวานละมุนทำให้รู้สึกเบิกบานใจ
“น้ำนี้ไม่เลว! ดื่มแล้วมีแรงขึ้น!”
เขาวางชามน้ำกลับลงบนโต๊ะของหยุนเนี่ยนอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นคนส่วนใหญ่เริ่มคล้อยตาม เหล่าสัตว์อสูรที่มุงดูก็เลิกลังเล
“ท่านจินอู่ชมด้วยปากตัวเองแล้ว จะมีของปลอมได้อย่างไร? ตักให้ข้าชามหนึ่งด้วย!”
“ข้าด้วย ข้าก็เอาชามหนึ่ง! ลูกน้อยที่บ้านเวียนหัวอยู่เรื่อย...”
ทางฝั่งหยุนเนี่ยนคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ส่วนร้านน้ำชาที่เหล่าสัตว์อสูรเผ่าม้าดูแลอยู่อีกฝั่งกลับเงียบเหงาไร้คนสนใจ
หม่า ซานตัวทำหน้ายาวเป็นม้า จ้องเขม็งไปยังแผงขายน้ำหวานที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ฝั่งตรงข้าม
แต่เดิมร้านน้ำชาของเขาขายดีที่สุดในถนนสายนี้ ทว่าจู่ ๆ กลับถูกหญิงสาวที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานแย่งลูกค้าไป
“คงคึกคักแค่วันนี้แหละ พอหลังจากนี้ทุกคนก็กลับมาดื่มชาที่ร้านข้าเหมือนเดิม”
หม่า ซานตัวปลอบใจตัวเอง
หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาก็คงต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง
“แม่สาวน้อย น้ำที่ร้านเจ้าขายหมดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ข้ายังไม่ได้ดื่มเลย...”
“ข้าก็เหมือนกัน!”
น้ำหวานของหยุนเนี่ยนถูกซื้อจนหมดอย่างรวดเร็ว เหล่าสัตว์อสูรที่ไม่ได้ซื้อมีสีหน้าร้อนรน
หยุนเนี่ยนทำได้เพียงยิ้มปลอบใจ
“น้ำศักดิ์สิทธิ์ในบ่อน้ำบ้านข้ามีแค่นี้ในแต่ละวัน หากมากกว่านี้ก็จะหมดฤทธิ์ ทุกคนค่อยมาซื้อแต่เช้าพรุ่งนี้ได้นะ”
พอนางพูดเช่นนั้น เหล่าสัตว์อสูรที่เหลือ แม้จะไม่เต็มใจเพียงใด ก็ทำได้แค่จากไปอย่างผิดหวัง
กลยุทธ์ขายของให้ดูขาดแคลนแบบยุคปัจจุบัน นางเข้าใจเป็นอย่างดี
หากมีของไม่พอขายทุกวัน เหล่าสัตว์อสูรก็จะยิ่งแย่งกันอย่างบ้าคลั่ง เพราะของที่มีน้อยย่อมล้ำค่า
