ยามราตรีเงียบสงัด หางงูสีขาวราวหยกท่อนหนึ่งพันรัดร่างหญิงสาว ตั้งแต่ข้อเท้า ต้นขา ไปจนถึงเอว
ราวกับจะบีบรัดนางให้แหลกสลายแล้วกลืนลงท้องในคราวเดียว ทว่าก็คล้ายกำลังพัวพันแนบชิดอย่างไม่ยอมพรากจากกัน
ภายใต้หางงูหนายาวที่พันรัด หญิงสาวยิ่งดูบอบบางอ่อนแอ ประหนึ่งเพียงมันออกแรงอีกนิด ร่างของนางก็จะหักเป็นสองท่อน
แต่หญิงสาวที่ถูกพันรัดกลับไม่มีวี่แววหวาดกลัว ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะขาดอากาศหายใจหรือด้วยเหตุอื่น
เกล็ดบนหางงูสีขาวราวหยกเปล่งประกายหลากสี นี่คือผลจากพลังที่แข็งแกร่งขึ้นหลังเขาเลื่อนขั้นเป็นสัตว์อสูรเจ็ดลาย หางงูขดโค้ง ลูบไล้ผ่านขอบหน้าท้องกลมมนของนาง
“อืม...”
หยุนเนี่ยนรู้สึกไม่ค่อยชิน จึงยกมือพยายามดันหางงูที่พันอยู่รอบตัวออก
“ไป๋ซี อย่าทับท้องข้านะ ระวังลูก...”
“วางใจเถิด ข้ารู้ขอบเขตดี”
ภายใต้แสงจันทร์อันกระจ่าง ไป๋ซีมีเรือนผมยาวสีเงินขาวพลิ้วไสว ใบหน้าหล่อเหลาประหนึ่งเทพจันทราจุติสู่โลกมนุษย์ มือเรียวยาวราวหยกประคองคางนางไว้ แล้วค่อย ๆ ดูดดื่มริมฝีปากนุ่มราวกลีบดอกไม้
ดูเหมือนเขายังไม่พอใจ จึงประคองใบหน้านางไว้
ชายหนุ่มรูปงามสง่าราวต้นหลานหยก ดวงตาสีเขียวมรกตพลันเรียวยาวขึ้น เผยเค้าการแปลงร่างสัตว์อย่างเลือนราง
เขี้ยวพิษสองซี่บนเพดานปากงอกแหลมออกมา แต่เขาก็ระมัดระวังเก็บมันกลับเข้าปาก เกรงว่าจะทำร้ายหญิงสาวตัวน้อยผู้บอบบางของตน
ปลายลิ้นของเขาแปรเปลี่ยนจากสภาพมนุษย์เป็นลิ้นงู ลิ้นงูอ่อนนุ่มยืดหยุ่นราวริบบิ้นเลื้อยผ่านร่องริมฝีปากของหยุนเนี่ยนเข้าไป กวัดแกว่งอยู่ภายในโพรงปากของนาง ส่งเสียงชื้นแฉะชวนให้คิดไปไกล
หยุนเนี่ยนขาดอากาศหายใจจนดวงตาพร่าเลือน ใบหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม นางออกแรงผลักไป๋ซีออก แต่เขากลับคว้ามือของนางไว้ กดตรึงมัน แล้วลากผ่านลำคอของตนลงไปจนถึงแผงอกแน่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
หยุนเนี่ยนอาศัยจังหวะนั้นบีบคลึงดู สัมผัสช่างดีจริง ๆ ทั้งนุ่มทั้งแน่นกำลังพอดี
เมื่อสัมผัสได้ว่าหญิงสาวไม่สบายตัว ไป๋ซีก็ไม่ฝืนอีก เขาค่อย ๆ คลายอ้อมแขน ปล่อยหยุนเนี่ยนเป็นอิสระ แล้วเก็บลิ้นงูกลับเข้าปาก
