พอเปิดไฟ หวังชิวจวี้ก็มองเขาด้วยท่าทางงัวเงีย
เถี่ยจู้เห็นว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แล้วก็มองชุดนอนบางโปร่งตัวหลวมของหวังชิวจวี้ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ
“พี่ชิวจวี้... เราสองคน...”
“เราสองคนนอนด้วยกันแล้ว เรื่องที่ควรเกิดก็เกิดขึ้นหมดแล้ว นายจำอะไรไม่ได้เลยหรือไง? เมื่อคืนดื่มจนเมาแล้วก็มาลวนลามฉัน ฉันผลักยังไงก็ผลักไม่ออก”
“งั้น... ผม...”
“พอเถอะ อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ยังเช้าอยู่ นอนต่อเถอะ”
หวังชิวจวี้ปิดไฟแล้วเอนตัวลงนอน
แต่ตอนนี้เถี่ยจู้จะนอนหลับได้ยังไง?
เมื่อคืนเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแท้ ๆ แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรสักนิด แบบนี้ไม่ขาดทุนย่อยยับหรือไง?
“เป็นอะไรไป?”
หวังชิวจวี้มองเถี่ยจู้ที่นั่งอยู่บนเตียง ไม่ยอมนอน แถมยังเอาแต่มองเธอ
ถ้าเมื่อคืนไม่ได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ต่อให้ตอนนี้มีสาวสวยอยู่ตรงหน้า เขาก็คงยังอดทนไหว แต่เรื่องที่ควรเกิดก็เกิดไปแล้ว ถ้ายังอดทนต่ออีก คงเสียชื่อที่ได้เกิดใหม่เปล่า ๆ!
“พี่ชิวจวี้ เมื่อคืนผมไม่รู้อะไรเลย แบบนี้ไม่ยุติธรรมกับผมเกินไปแล้ว”
“ผมว่าไม่ควรเป็นแบบนี้...”
พูดจบ เถี่ยจู้ก็พุ่งเข้าใส่ทันที
“เถี่ยจู้... อย่า... อื้อ...”
......
“พี่ชิวจวี้ จะเจ็ดโมงแล้ว ถ้ายังไม่ลุก เดี๋ยวไปทำงานสายเอานะ!”
“คืนนี้นายจะมาอีกไหม?”
หวังชิวจวี้นอนซบอยู่ในอ้อมแขนของเถี่ยจู้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหลงใหล
“เกือบลืมบอกไป ผมซื้อบ้านแล้ว พรุ่งนี้เย็นจะเลี้ยงสักสองสามโต๊ะ พอเลิกงานแล้วก็ตรงมาหาผมได้เลย คืนนี้ผมไม่มาแล้ว ไว้พรุ่งนี้เย็นค่อยมา”
