พี่สะใภ้มองตะพาบตัวหนักห้าหกจินแล้วตกใจจนเสียงสูง
“ไอ้เด็กบ้า คราวนี้โชคหล่นทับจริง ๆ ด้วย!”
“ตะพาบตัวใหญ่ขนาดนี้เอาไปขายที่ตลาดมืด อย่างน้อยก็ขายได้หลายหยวนเลยนะ!”
พี่สาวไม่สนว่าตัวเองจะเปื้อนแค่ไหน ไม่สนภาพลักษณ์ด้วยซ้ำ โอบเถี่ยจู้ไว้แล้วร้องอย่างตื่นเต้น
“พี่ ผมเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเองนะ ตัวพี่เปื้อนดินเต็มไปหมดแล้ว!”
“อ้าว! โตแล้วก็รังเกียจพี่สาวตัวเองแล้วสินะ คันเนื้อคันตัว อยากโดนตีหรือไง?”
“ไม่กล้าครับ ไม่กล้า กลับไปเอาตะพาบกันเถอะ”
“กลับไปทำไม เฮย์หูเก่งขนาดนี้ ให้มันหาอีกหน่อยสิ เผื่อจะเจอตะพาบอีกก็ได้!”
พี่สาวกลอกตาไปมา พลันคิดแผนขึ้นมาได้อีก
“นั่นสิ เถี่ยจู้ ยังไงกลับไปตอนนี้กับข้าวก็ยังไม่สุก ให้เฮย์หูหาอีกหน่อยเถอะ?”
พี่สะใภ้ก็ช่วยยุส่งด้วย
“แล้วจอบของพวกพี่ไม่ต้องคืนทีมใหญ่หรือไง?”
“ถึงตอนนั้นคุณปู่เกาที่ดูแลคลังต้องด่าพวกพี่แน่!”
เถี่ยจู้พึมพำอยู่ข้าง ๆ
“เขากล้าเหรอ!”
“ถ้าเขากล้าด่า คราวหน้าที่นายล่าเนื้อกลับมา ก็ไม่ต้องแบ่งให้เขากิน!”
พี่สาวเท้าเอว พูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ก็ได้ งั้นเฮย์หู! หาอีก!”
เฮย์หูเหมือนจะฟังเข้าใจ มันแกว่งหางวิ่งนำไปข้างหน้า วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดสูดดมฟุดฟิด
ทุกคนเดินตามหลังมัน สายตาจับจ้องการเคลื่อนไหวของมันพร้อมกัน
ผ่านไปสิบกว่านาที
เฮย์หูหยุดอยู่ตรงกออ้อริมฝั่ง มันเห่าใส่รูเล็ก ๆ บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง พลางยื่นอุ้งเท้าตะกุยดิน
หวังเหลียนตาไวมือไว กำจอบแน่นแล้วพุ่งเข้าไปทันที
