โรงอาหารใหญ่โตขนาดนั้นกลับมีรถสามล้ออยู่แค่คันเดียว เมื่อครู่เขายังนึกจริง ๆ ว่าเด็กคนนี้ทำไปเพื่อคนงานในโรงงาน
ที่แท้ก็วางกับดักไว้ตั้งแต่แรกนี่เอง แถมเขายังหันไปหาผู้จัดการโรงงานให้อนุมัติอีกต่างหาก!
ถ้าไม่ใช่ผู้จัดการหวังชี้ให้เห็นเมื่อครู่ ตอนนี้เขาคงยังถูกหลอกอยู่เลย
“ฮิ ๆ ผู้จัดการหวง อย่าเพิ่งโกรธเลยครับ คราวหน้าผมจะเอาของดีมาให้”
เถี่ยจู้ยิ้มประจบ ก่อนหันไปมองผู้จัดการหวัง “คราวนี้ผมไม่ได้มาขอของจากคุณหรอกครับ แต่มาหาลุงหวัง”
“ตั๋วพวกนั้นฉันให้แกไปหมดแล้ว ข้าวส่วนเกินก็ไม่มีแล้ว แกยังอยากได้อะไรอีก?”
ผู้จัดการหวังขมวดคิ้ว มองเขาอย่างระแวดระวัง
“คราวนี้ผมไม่เอาตั๋ว ไม่เอาข้าวครับ”
“ปกติเวลาเห็นข้าวเห็นตั๋ว ดวงตาแกเป็นประกายยิ่งกว่าเห็นพ่อแม่ตัวเองเสียอีก อย่าบอกนะว่าคราวนี้จะมาขอของชิ้นใหญ่อีก?”
“ผมอยากได้ปืนครับ เมื่อวานพี่ชิวจวี้บอกผมว่า ลงชนบทไปจัดซื้อเนื้อสัตว์ตั้งมากมาย ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ถ้าไม่มีปืนติดตัวก็ไม่ปลอดภัย!”
ในแผนกจัดซื้อ นอกจากเขากับหวังชิวจวี้แล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็มีปืนพกที่กองรักษาความปลอดภัยจัดให้
กฎนี้ตั้งขึ้นเมื่อหกปีก่อน เพราะตอนนั้นมีพนักงานจัดซื้อคนหนึ่งลงชนบทไปซื้อของ ถูกปล้นทั้งสิ่งของและชีวิต
นับแต่นั้นมา สหายที่ลงชนบทไปจัดซื้อจึงมีปืนไว้ป้องกันตัวกันทุกคน
“เรื่องนี้ไม่ต้องมาบอกฉันหรอก ไปหาหัวหน้าหลิวที่กองรักษาความปลอดภัย เขาจะจัดปืนให้แกเอง”
พอได้ยินว่าเป็นเรื่องนี้ หินก้อนใหญ่ในใจผู้จัดการหวังก็หล่นลงเสียที
“ได้ครับ งั้นผมไม่รบกวนท่านผู้มีงานยุ่งทั้งสองแล้ว!”
