หลังออกมาจากโรงงานรีดเหล็กดาวแดงแล้ว
เถี่ยจู้ก็สะพายปืนไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำใบอนุญาต
เขามอบไก่ป่าสองตัวให้เป็นของฝาก จึงได้กระสุนปืนเล็กกึ่งอัตโนมัติ 56 จากผู้กำกับหู่มาอีกห้าสิบนัด
“ไม่รู้ว่าเฉากังจะจับได้เมื่อไรว่าของโบราณกับทองคำในห้องลับหายไป เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย ต้องชิงลงมือก่อน!”
เถี่ยจู้คิดคำนวณในใจเช่นนั้น
ถึงเวลาแล้วที่เขาจะสะสางความแค้นจากชาติก่อนให้จบเสียที
เขาจึงตรงไปร้านสหกรณ์ ซื้อกระดาษกับดินสอ พอออกจากเมืองอวี้อานก็หาต้นไม้ใหญ่ริมทางนั่งพักหลบร้อน แล้วเขียนจดหมายร้องเรียนไปด้วย
เมื่อใกล้ถึงทางแยกเข้าหมู่บ้าน เขาไม่ได้เดินกลับบ้าน แต่เลี้ยวตรงไปยังคอมมูนในเมือง
หลังปลอมตัวเรียบร้อย เขาก็เจอเด็กหญิงวัยสี่ขวบสองคนกำลังเล่นกันอยู่หน้าประตูคอมมูน
“หนูน้อยสองคน ช่วยลุงหน่อยได้ไหม?”
เถี่ยจู้ย่อตัวลง แล้วแกว่งซาลาเปากับลูกอมกระต่ายขาวสี่เม็ดในมือให้ดู
พอเห็นของเหล่านั้น ดวงตาของเด็กทั้งสองก็สว่างวาบราวกับหลอดไฟ!
พวกเธอจ้องตาไม่กะพริบ ราวกับละสายตาไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
“เอากระดาษแผ่นนี้ไปให้ลุงที่สะพายปืนอยู่ตรงประตูฝั่งโน้น แล้วซาลาเปากับลูกอมสองห่อนี้ก็เป็นของพวกหนู ตกลงไหม?”
“ลุงห้ามหลอกพวกเรานะ!”
เด็กหญิงทั้งสองกลืนน้ำลาย อดใจแทบไม่ไหว อยากคว้าของไปกินให้อิ่มหนำเดี๋ยวนั้น
“เอ้า!”
เถี่ยจู้ยัดของกินทั้งหมดใส่มือพวกเธอ แล้วส่งกระดาษแผ่นเล็กให้ “เอาไปให้ลุงที่สะพายปืนคนนั้นนะ ลุงจะยืนดูอยู่ตรงนี้”
