มาร์ตินเผชิญหน้ากับแววตาที่พลันเย็นชาของแกนดัล์ฟ
“เอาอย่างนี้ดีไหม การชำระแค้นด้วยมือตัวเอง ย่อมสะใจกว่าไม่ใช่หรือ?”
แววตาของแกนดัล์ฟพลันหม่นคล้ำ พลังเวททั่วร่างเริ่มปั่นป่วน ธาตุในอากาศแปรปรวนรุนแรง
“ข้าใกล้หมดอายุขัยแล้ว ไม่มีอารมณ์มาเล่นลิ้นกับเจ้า ในเมื่อไม่ยอมตกลง ก็อยู่เป็นเพื่อนกระดูกแก่ ๆ อย่างข้าที่นี่เสียเถอะ”
ขณะกล่าว นิ้วมือผอมแห้งของเขาก็ยกขึ้น เปลวไฟลูกหนึ่งเต้นระริกอยู่ตรงปลายนิ้ว ไอร้อนแผ่ซ่านไปทั่วดาดฟ้าหอคอยในพริบตา
“เดี๋ยวก่อน...” มาร์ตินรีบยกมือห้าม “ศาสตราจารย์แกนดัล์ฟ ถ้าผมบอกว่าช่วยให้คุณมีอายุขัยยืนยาวขึ้นได้ล่ะ?”
มือที่กำลังรวบรวมลูกไฟของแกนดัล์ฟชะงักกึก แววไม่อยากเชื่อวาบผ่านดวงตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยันเข้มข้น
“หึ ๆ นี่เจ้าล้อข้าเล่นหรือ? เคล็ดวิชายืดอายุขัยมีแต่เทพเจ้าเท่านั้นที่หยั่งรู้ เด็กหนุ่มอย่างเจ้าอายุไล่เลี่ยกับมหาดเล็กอัศวิน จะมีความสามารถเช่นนั้นได้อย่างไร?”
มาร์ตินไม่ได้โกรธ เพียงหันข้างชี้ไปยังเคริที่อยู่ข้างกาย แล้วมองออกไปนอกหอคอย
ที่นั่น บารอนกำลังต่อสู้ติดพันกับมังกรสายฟ้าที่ถูกปลุกให้ตื่น พลังปราณต่อสู้ระดับเขตศักดิ์สิทธิ์ปะทะกับอำนาจสายฟ้า สะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่าจนส่งเสียงกึกก้อง
“แค่นี้ยังพิสูจน์ไม่พอหรือ?”
น้ำเสียงของเขาชัดถ้อยชัดคำ
“เคริ คุณคงจำเขาได้ใช่ไหม? ก่อนหน้านี้แก่นพลังปราณต่อสู้ของเขาแตกสลายจนไม่ต่างจากคนพิการ แต่ผมทำให้เขากลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง”
“แม้บารอนจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเขตศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนพิการเหมือนกัน ที่ตอนนี้ต่อกรกับมังกรสายฟ้าได้อย่างสูสี ทั้งหมดก็เป็นเพราะผม”
เคริก้าวออกมาข้างหน้าอย่างเร่งรีบ แล้วค้อมกายคำนับแกนดัล์ฟอย่างนอบน้อม
“ศาสตราจารย์ ผมเคริ ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ตอนนั้นผมถูกม่านพลังกั้นที่ท่านสร้างไว้สะท้อนจนบาดเจ็บ สูญเสียพลังทั้งหมด แต่ตอนนี้ ท่านดูสิ...” เขาเร่งเร้าพลังปราณต่อสู้ในร่างฉับพลัน พลังปราณต่อสู้ระดับทองคำสายหนึ่งพวยพุ่งออกมา
